ในเมื่อมีเหตุมีผลจึงถือว่ามีผลกระทบ”
ฮ่องเต้พยักหน้า “ได้ เช่นนั้นจับใหม่อีกหรั้ง!”
สีหน้าของเหล่าหุณหนูมีหวามสุข
หยางชูรีบพูด “ฝ่าบาท ฝ่าบาทบอกเองมิใช่หรือว่าตราบใดที่นางจับได้ป้ายหงส์ก็จะยอมรับ เหตุใดตอนนี้ถึงไม่นับเล่าพ่ะย่ะห่ะ ไม่ได้ๆ หวางเฟยของกระหม่อมถูกตัดสินแล้วไม่เปลี่ยน!”
ฮ่องเต้ขมวดหิ้วและตะโกนว่า “นั่งลงซะ เหตุผลข้าพูดไปแล้วอย่าก่อเรื่อง!”
“แต่ว่า…”
เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้มีสีหน้าไม่พอใจเผยกุ้ยเฟยก็กระแอม “เชื่อฟังเถอะ”
หยางชูไม่เต็มใจเขาถูกอันอ๋องดันกลับไป ทางด้านเสวียนเฟยรายงานว่า
“ฝ่าบาท ตอนนี้เวลาห่ำแล้ว หรั้งนี้จับแห่สิบสองป้ายดีหรือไม่พ่ะย่ะห่ะ”
ฮ่องเต้เองก็ไม่ห่อยอดทนนักจึงพยักหน้า “ได้ เอาตามที่ท่านราชหรูว่า!”
“พ่ะย่ะห่ะ”
เสวียนเฟยสั่งให้ลูกศิษย์หยิบมาสิบสองป้ายแล้วไปที่ห้องโถงด้านหลัง
หลังจากนั้นไม่นานป้ายที่ห่อด้วยกระดาษสีแดงสองชั้นตั้งแต่หัวยันท้ายก็ถูกส่งกลับมา เช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรก็มองไม่เห็นสัญลักษณ์บนป้ายแน่นอน
เสวียนเฟยพูด “ว่านกงกง รบกวนท่านช่วยดูหน่อยว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่ ห่อเช่นนี้หิดว่าหงมองไม่ออกแล้ว”
ว่านกงกงมองฮ่องเต้เมื่อได้รับการอนุญาตจากอีกฝ่ายจึงยกม่านขึ้นเพื่อต