่ยขึ้นว่า “เรื่องนั้นไม่จำเป็น ข้าคิดว่าเหล่าคุณหนูที่จับป้ายอันดับหนึ่งได้หมายความว่าพวกนางมีวาสนา หากจับป้ายหงส์ไม่ได้จับอีกรอบย่อมได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เสวียนเฟยหันกลับมาส่งสัญญาณให้นักพรตหยิบกล่องเซียมซีออกมา
“เมื่อครู่ข้าให้ลูกศิษย์ทำการห่อป้ายตอนนี้ทุกป้ายจะดูเหมือนกันหมด คุณหนูทุกท่านสามารถค่อยๆ เลือกได้จนกระทั่งเลือกหมดแล้วทุกคน แล้วค่อยเปิดพร้อมกัน ทุกท่านว่าอย่างไรบ้างขอรับ”
คุณหนูตระกูลหลู่พูดอย่างใจกว้าง “ข้าไม่มีอะไรจะคัดค้านเจ้าค่ะ” คนอื่นๆ คล้อยตาม
เสวียนเฟยพยักหน้า “เช่นนั้นเริ่มกันเลย”
นักพรตยืนถือกล่องเซียมซีตรงหน้าพวกนาง บางคนลังเล บางคนเลือก และบางคนปิดตาเพื่อเสี่ยงโชค เหวินอิ๋งรู้สึกประหม่าอย่างยิ่งกลัวว่าป้ายหงส์จะถูกหยิบออกไปก่อน แต่หากรีบร้อนเกินไปจะถูกสงสัยเอาได้
นางหวนนึกถึงคำพูดของคนที่ไท่จื่อส่งมาแล้วเดินไปอยู่ตรงหน้ากล่องเซียมซี ผู้ใดจะรู้ว่าเมื่อนางขยับกล่องก็ต้องตกตะลึง กระดาษสีแดงที่พันป้ายนั้นยาวมากจนโผล่ออกมาแค่ส่วนหัว เครื่องหมายที่คนผู้นั้นพูดถึงจึงมองไม่เห็น
เหวินอิ๋งรู้สึกประหม่าจนเหงื่อออก กว่านางจะสามารถเข้ามาในห้องโถงได้ต้องใช้ความลำบากมากมาย หากจับไม่ได้ป้ายหงส์ทางไท่จื่อเองก็คงพูดอะไรไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่เหวินหรูเข้าตำหนักตงกง และได้รับแต่งตั้งเป็นเป่าหลิน[1] จิตใจของนางก็ปั่นป่วน ด้วยชื่อเสียงของตระกูลและไท่จื่อ การที่นางแต่งงานกับตระกู