ตอาจจะเจ็บปวด อาจจะเศร้า ดังนั้นตอนนี้ต้องมีความสุข”
“เจ้าค่ะ…”
“ส่วนเรื่องโกรธนั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้วเด็กคนนั้นไม่รู้ตัวว่าทำให้หลายคนกังวลเพียงใด พวกเราอาบแดดที่เนินกรวดอยู่ดีๆ เหตุใดเราจะโกรธเพราะเรื่องเหลวแหลกที่เขาก่อจนเราต้องวิ่งไปมาไม่หยุดไม่ได้เล่า ท่านควรสอนบทเรียนให้เขา และทำให้เขารู้ว่าเขาไม่สามารถทำเรื่องสุ่มสี่สุ่มห้าได้”
หมิงเวยได้ยินก็หัวเราะ เหตุใดเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ถึงทำให้หนิงซิวพูดได้อย่างมีเหตุผลเช่นนี้
เมื่อเห็นนางไม่สับสนแล้วหนิงซิวก็วางใจ “พวกเรากลับกันเถอะไม่รู้ว่าค้างคาวราตรีซ่อนตัวอยู่ที่ใดข้างนอกไม่ปลอดภัยนัก”
“เจ้าค่ะ”
…………
หมิงเวยเดินหน้านิ่งกลับค่าย หยางชูได้รักษาบาดแผลที่ปริออกเรียบร้อยเขามองนางอย่างขวัญหนีดีฝ่อเขายื่นมือไปดึงแขนเสื้อนางอย่างระมัดระวัง “ข้าขอโทษ อย่าโกรธเลยนะ…”
หมิงเวยเหลือบมองอย่างเย็นชาจนเขาหดมืออย่างรวดเร็วด้วยความกลัว
กัวสวี่กำลังรักษาอาการบาดเจ็บของเขาในกระโจมข้างๆ ไม่รู้ว่าแพทย์ทหารจงใจยื่นมือหนักไปหรือเปล่าเขาเจ็บจนร้องหาบิดามารดา
ผ่านไปครู่หนึ่งจงรุ่ยก็กลับมา “ตาแก่นั้นดวงแข็งแค่ข้อมือเคล็ดที่เหลือไม่มีปัญหาอะไร”
จงรุ่ยพูดจบ