นว่าสีหน้าของนางดูไม่ได้ เหล่าขุนศึกตระกูลหยางต่างเงียบกริบ ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าจะระบายความโกรธนี้ที่ไหน นางหงุดหงิดอยู่สักพักก็ทำได้เพียงหันหัวเดินจากไป
“เฮ้ หมิงเวย เวยเวย เสี่ยวเวย…” หยางชูร้องและลุกขึ้นรั้งนาง “ขอโทษ ข้าผิดไปแล้วท่านตีข้าเถอะ…”
อันที่จริงเขาไม่รู้ว่าตนเองผิดตรงไหน แต่ในเมื่อนางโกรธเขาจึงยอมรับความผิด เดิมทีหมิงเวยไม่อยากสนใจเขา และรู้สึกหงุดหงิดอย่างอธิบายไม่ถูก ดังนั้นจึงอยากหาที่เงียบๆ เพื่อจัดการกับความคิดตัวเองผู้ใดจะรู้ว่าจะถูกเขาทำให้วุ่นวายเช่นนี้อีกทั้งยังมีคนมากมายมองอยู่ก็ยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น
“ปล่อยเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ปล่อย” เขาจงใจยกแขนข้างที่บาดเจ็บขวางนางไว้ หมิงเวยแค่นหัวเราะแล้วยกแขนดันออกไป
“อา!” ในตอนที่ถูกลอบสังหารยังไม่ร้องดังเพียงนี้ บาดแผลเก่าของหยางชูมีเลือดไหลซึมออกมาอย่างรวดเร็วเจ็บจนยกแขนไม่ขึ้น
“ตีแล้ว พอใจหรือยังเจ้าคะ!” หมิงเวยเตะขาเขาแล้วเดินจากไป
หยางชูหน้าซีดด้วยความเจ็บปวด และอยากจะลุกขึ้นไล่ตามนาง
หนิงซิวรั้งเขาไว้ “ผู้ที่ลอบสังหารเจ้าเมื่อครู่เป็นค้างคาวราตรี รีบกลับไปที่ค่ายเถอะเดี๋ยวข้าพานางกลับไปเอง”
หยางชูน้ำตาคลอเบ้าและอยากจ