หยางชูพูดพลางสั่งให้คนไปล้อมรอบพวกเขาไว้เกรงว่าหากน่าซูรู้ว่าคนที่เขาพามามีไม่มาก แต่คนของน่าซูมีน้อยกว่า ที่นี่อยู่ใกล้กับค่ายของกองทัพแคว้นฉีมาก หากคิดแตะต้องกัวสวี่จะต้องไม่ทำให้กองทัพฉีแตกตื่น
ดังนั้นเขาจึงพาองครักษ์คนสนิทมาเท่านั้นซึ่งมีไม่เกินแปดเก้าคน แต่หยางชูมีสิบกว่าคนมองอย่างไรก็สองต่อหนึ่งชัดๆ แต่กัวสวี่อยู่ใกล้เขามาก หากน่าซูจะลงมือจริงๆ ก็สามารถลงมือปลิดชีวิตอีกฝ่ายก่อนที่หยางชูลงมือได้เลย
กัวสวี่หน้าซีดเขาร้องว่า “คุณชายหยาง ท่านพูดอะไรน่ะ ข้าเป็นทูตที่ฝ่าบาทมีพระราชโองการมาท่านกล้ายุให้ศัตรูสังหารข้าหรือ”
หยางชูมองเขาด้วยสายตารังเกียจแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก “หึๆ หากท่านไม่ใช่ข้าหลวงใหญ่ผู้แทนพระองค์ ท่านคงไม่ทราบว่ามีคนตายไปกี่คนแล้ว! ท่านมักยกมือวาดเท้าอยู่ในค่ายอย่างไม่รู้จักประมาณตนเอง ขุนนางอย่างพวกท่านอ่านตำรายุทธพิชัยสงครามสักสองเล่มก็บอกว่าตนมีความสามารถรอบด้านจนแทบอยากจะทำเองทุกอย่าง ออกโรงเป็นแม่ทัพหวนกลับเป็นเสนา ตอนนี้ความจริงถูกเผยออกมาพอขอให้ท่านกลับไปท่านก็ไม่กลับ หากตายตอนนี้ก็สมควรแล้ว!”
“ท่าน…” กัวสวี่ทั้งกลัวทั้งโกรธอยากจะด่า แต่ก็กลัวน่าซูจึงทำ