ได้เพียงเปล่งเสียงตะโกนว่า “หากข้าตายพวกท่านทั้งหมดโดนประณามแน่!”
หยางชูหัวเราะ “เรื่องที่เราสองคนทะเลาะกันเมื่อครู่คนเห็นมีมากมายต่อให้เรื่องถึงเบื้องบนข้าก็อธิบายได้!”
“ท่าน ท่าน…ร้ายกาจมาก!”
“นี่เรียกว่าร้ายกาจหรือ ตั้งแต่เข้ามาในค่ายทหารท่านขโมยความดีความชอบของพวกเราไปตั้งเท่าไรข้าบอกท่านไว้เลยนะ ความโลภที่มากเกินไปล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย”
“หากข้าตายไปก็จะมีผู้ตรวจการกองทัพผู้อื่นเข้ามา!” กัวสวี่ยังคงโต้เถียง
หยางชูกลับตอบว่า “หากไม่ทำตัวว่านอนสอนง่ายก็ตายไปอีกหนึ่งเพื่อให้พวกท่านรู้ว่าการต่อสู้เป็นเรื่องของผู้บัญชาการทหาร ขุนนางหมอบอยู่ข้างหลังดีๆ จะดีกว่า!”
กัวสวี่โกรธจนตัวสั่น แต่ไม่รู้จะตอบกลับว่าอะไรจึงได้แต่ตะโกน “ไอ้หลานชาย! ละอายใจต่อชื่อเสียงบรรพบุรุษบ้างหรือไม่!”
หยางชูไม่สนใจอีกฝ่ายเขาเอาแต่มองน่าซู “องค์ชายน่าซูยังไม่รีบลงมืออีกหรือ ท่านฆ่าเขาข้าสามารถล้างแค้นให้เขาได้ บอกตามตรงว่าข้าเตรียมการไว้นานแล้วอีกสักพักหากพวกเขาเห็นว่าข้ายังไม่กลับมาจะต้องส่งคนออกมาสนับสนุน เวลาของท่านมีไม่มากแล้ว!”
น่าซูมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เด็กหนุ่มผู้กระตือรือร้นเอียงศีรษะ และครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่