าตรีมีหน้าที่ลอบสังหารโดยเฉพาะ
หากมีการส่งค้างคาวราตรีออกไปหมายความว่าฮ่องเต้ต้องการสังหารคน
“พวกเขาไปซีเป่ยหรือ”
“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงพ่ะย่ะค่ะ” หลิวกงกงพูดเบาๆ “เหนียงเหนียง ท่านต้องเตรียมตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เผยกุ้ยเฟยพยายามตั้งสติ “เข้าใจแล้ว” แล้วโค้งคำนับให้เขา “ขอบคุณมากจริงๆ”
หลิวกงกงตอบ “ข้ามีชีวิตได้ทุกวันนี้ ต้องขอบคุณความเมตตาของเหนียงเหนียงในปีนั้น”
ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกไม่กี่คำหลิวกงกงก็ขอตัวลา เผยกุ้ยเฟยดูไม่มีท่าทีแปลกไปสักนิดเดียวนางกลับไปชำระกายแล้วพักผ่อน
วันต่อมานางกลับรู้สึกปวดหัวจึงเรียกหมอหลวงมาตรวจชีพจร แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ ฮ่องเต้อยู่เป็นเพื่อนอยู่ครึ่งวันจึงพูดว่า “เรียกราชครูมาพบ เจิ้นเองก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นเดียวกัน”
ตอนบ่าย ราชครูเสวียนเฟยเดินทางเข้าวัง
…………
ฟู่จินเดินโซเซไปที่วางจี้เพื่อทานหัวหมู เขาเป็นลูกค้าประจำเฒ่าแก่จึงกล่าวทักทาย “เอาเหมือนเดิมใช่หรือไม่”
ฟู่จินหัวเราะ “เอาเหมือนเดิม”
เขามีชื่อเสียงในเมืองหลวงมาสองปีแล้ว เฒ่าแก่เองก็จำเขาได้จึงหั่นหมูให้บางเป็นพิเศษ
ฟู่จินนั่งอยู่ในที่นั่งประจำในร้านอาหาร จิบสุราทานเนื้อพลางมองไปยังคนเดินถนนและทิวทัศน์ด้านล่าง