ผ่านไปครู่หนึ่งก็มีเสียงไพเราะดังขึ้นจากด้านล่าง “สุราหนึ่งจอก เนื้อหั่นตามใจชอบ”
จากนั้นก็มีเสียงคนเดินขึ้นบันได เป็นเสวียนเฟยที่อยู่ในชุดธรรมดา วางจี้เป็นร้านเล็กๆ ที่นั่งส่วนตัวถูกกั้นด้วยดอกไม้ต่างๆ เขานั่งลงที่นั่งด้านข้างโดยที่สายตามองไปยังเบื้องหน้าอีกทั้งยังนั่งหันหลังให้ฟู่จิน มีเพียงม่านไม้ไผ่กั้นแยกระหว่างกัน
ฟู่จินได้ยินเสียง ‘ติง’ ดังขึ้นแผ่วเบาเสียงอึกทึกบนท้องถนนก็หายไป
เขาถอนหายใจเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าแค่มานั่งกินเนื้อสบายๆ ท่านมาทำไม เกิดอะไรขึ้นหรือ พูดมาได้เลย!”
“เรื่องค่อนข้างยุ่งยาก” เสียงของเสวียนเฟยลอยมา “วันนี้กุ้ยเฟยเรียกข้าเข้าวังว่าเรื่องนั้นต้องมีการเปลี่ยนแปลง”
“อ้อ” เสียงของฟู่จินเคร่งขรึม
กุ้ยเฟยตระหนักถึงความสำคัญมาโดยตลอดไม่ง่ายเลยที่จะติดต่อกันทั้งภายในและภายนอก หากไม่ใช่เรื่องสำคัญนางจะไม่ต้องเสี่ยงที่จะพบเสวียนเฟย
“เช้าตรู่วันนี้ ฝ่าบาททรงระงับเรื่องนั้นและตำหนิผู้ตรวจการ”
“อ่อ” เรื่องในท้องพระโรงไม่สามารถปกปิดฟู่จินได้ไท่จื่อกลับไปก็บ่นกับเขาอยู่นาน คิดว่าฝ่าบาทลำเอียงเข้าข้างหยางชู แม้แต่ข่าวลือดังกล่าวก็ไม่เอาเรื่อง
“เมื่อคืนวาน หน่วยลับค้างคาวราตรีของ