ดเห็นว่าอย่างไร”
จงซู่ดูไร้เรี่ยวแรงเมื่อได้ยินเสียงของเขาก็พยายามดึงสติ “นี่เป็นโอกาสที่ดีจริงๆ ไม่ว่าความเสี่ยงจะใหญ่เพียงใดมันก็คุ้มค่า”
กัวสวี่ดีใจอย่างไรเขาก็เป็นแม่ทัพใหญ่ต้องรู้สถานการณ์โดยรวม
“คุณชายหยาง แม่ทัพจงเองก็ว่าเช่นนั้น ท่าน…”
“ได้ๆ!” หยางชูพึมพำ “ไม่ใช่ท่านที่ต้องสู้สุดชีวิตท่านก็พูดได้สิ”
“ข้าเองก็พยายามสุดชีวิตเช่นกัน!” กัวสวี่มีใบหน้าเศร้าสร้อย “เข้าไปในค่ายศัตรูให้คนอื่นอยากตัดหัว แต่มันเป็นเพียงเรื่องของความคิด คุณชายหยางข้าก็เสี่ยงไม่น้อยไปกว่าท่าน!”
หยางชูคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก็จริง”
เขาแสร้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หากต้องการรั้งซูถูมีเพียงวิธีเดียว”
“วิธีอะไรหรือ”
“ไปฆ่าเขา!” ดวงตาของกัวสวี่เป็นประกาย “เป็นวิธีที่ดี!”
“ใต้เท้ากัว!” หยางชูยังคงแสดงความไม่พอใจ “ท่านคิดว่าฆ่าเขามันง่ายนักหรือ ข้างกายซูถูมีองครักษ์เผ่าหมาป่าหิมะซึ่งล้วนเก่งกาจกล้าหาญมาก หากต้องทำเช่นนั้นจริงๆ แม้แต่องครักษ์ข้างกายท่านอาจารย์ข้าคงต้องยืมตัวไปด้วย พวกเขาล้วนเป็นทหารชั้นยอด แต่ละคนราวกับปีนขึ้นมาจากเส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือดและศพ หากเสียไปหนึ่งคนมันก็เป็นการสูญเสียสำหรับต้าฉีด้วย!”
กัวสวี่พูดซ้ำอีกครั้งว่า “ท่านวางใจเถอะ ข้าต้องแสดงความดีความชอบเพื่อพวกเขา หากมีชีวิตได้เลื่อนตำแหน่ง ตายได้รับพระราชทานตำแหน่ง ความดีความชอบที่ยกให้ได้ข้ายกให้หมด!”
“ท่านพูดแล้วนะ”
“ข้ารับปาก”