งตอบแทนตัวเองในช่วงรุ่งโรจน์ของชีวิต ต้องออกรบพิชิตสงครามจะอยู่ปกป้องบ้านเกิดของตนตลอดชีวิตได้อย่างไร…”
ร้องไปร้องมาทหารที่ยังไม่หลับก็มาร่วมร้องเพลงคร่ำครวญด้วยกันเสียงร้องคร่ำครวญดังก้องบนกำแพงทำให้เกิดบรรยากาศที่เคร่งขรึม
ในหอสังเกตการณ์หมิงเวยถาม “ผู้อาวุโสกัวเกิดในครอบครัวยากจนหรือเจ้าคะ”
หยางชูถอนหายใจพูดอย่างเหยียดหยาม “เขาแต่งเรื่อง! เขาไม่ได้มีชื่อเสียงอำนาจก็จริง แต่เขามีที่ดินหลายร้อยไร่เป็นครอบครัวเศรษฐีเล็กๆ จะไปทำให้เด็กสาวข้างบ้านพอใจได้อย่างไร และที่ถูกชี้หน้าด่าก็เพราะเขามีปัญหาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม แม้แต่สาวใช้ฝนหมึกยังรับเป็นอนุเลยพูดเรื่องไร้สาระนี้ขึ้นมาโดยไม่ละอายสักนิด!”
“ท่านรู้เรื่องราวเป็นอย่างดีมาก”
“แน่นอน ข้อมูลประเภทนี้หวงเฉิงซือมีเตรียมพร้อมอยู่แล้ว”
หมิงเวยยิ้ม “ผู้อาวุโสกัวปรับตัวเข้าได้กับทุกสถานการณ์เขาเคยดูถูกทหารมาก่อน แต่ตอนนี้กลับผูกมิตรกับทหารชั้นผู้น้อยดูเหมือนว่าเขาได้ตัดสินใจแล้ว!”
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้าอยากหลอกเขาให้กระโดดลงไปในหลุม แต่ต้องรอก่อน ก่อนเริ่มการต่อสู้ซูถูไม่ปล่อยโอกาสนี้แน่”
……….
ซูถูเริ่มการโจมตีครั้งแรก และไม่ประสบความสำเร็จกลับมาโดยรู้ว่าเขาจะไม่สามารถโจมตีเนินกรวดได้ในระยะสั้น
เขาไม่รีบร้อนฝั่งทหารคุ้มกันเมืองยิ่งคุ้มกันมากเท่าไรขวัญกำลังใจยิ่งลด ปล่อยให้เวลาผ่านไปเสียเปล่าๆ ดีกว่า
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันเป็นบางครั้งแล้วแต่ละฝ่า