บกายเขามีแต่ความโชคดีคงไม่โชคร้ายถึงเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ ไม่แน่ว่าอาจถูกหิมะปิดกั้น แต่ไม่สามารถออกไปได้”
หยางชูถามว่า “แล้วโชคชะตาของพวกเราเป็นอย่างไรเขาไม่เป็นอะไร แต่พวกเราคงไม่โชคร้ายแทนหรอกนะ”
หมิงเวยหัวเราะ “รูปลักษณ์ของท่านไม่สอดคล้องกับโชคชะตาจะดูให้แน่ใจได้อย่างไรเจ้าคะ อย่างไรเสียก็ดูไม่น่าจะเป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ อย่าได้กังวลไปเลย”
หยางชูพึมพำ “คำพูดนี้ไม่น่าฟังเลยจริงๆ…”
“หากไม่ง่ายที่จะพูดดีๆ เช่นนั้นหากข้าพูดเรื่องดีๆ ให้ฟังตอนนี้ท่านจะเชื่อหรือไม่เจ้าคะ”
หยางชูรีบโบกมือ “ช่างเถอะ อยู่ๆ ทำตัวเป็นร่างทรงทำไมกัน”
หมิงเวยยิ้มแล้วหันไปหาหนิงซิว “อาจารย์ พวกเราไปสำรวจพื้นที่สักหน่อยดีหรือไม่”
“ได้” หนิงซิวตอบรับ
คนกลุ่มหนึ่งลงจากหลังม้า หาสถานที่หลบลมเพื่อฝังหม้อต้มน้ำ และพักผ่อน หมิงเวยและหนิงซิวใช้วิชาตัวเบามองหาที่สูงเพื่อสังเกตลักษณะพื้นที่ภูเขาทั้งสองคนยืนอยู่บนทางลาดสูง และมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบได้กว้างไกล
หมิงเวยพูดว่า “ภูเขาลูกนี้มีแนวโน้มเป็นค่ายทหารลับ ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์เคยบอกกับข้าว่าสิ่งที่เรียกว่าค่ายกลล้วนมาจากภูเขาและแม่น้ำเป็นเช่นนี้นี่เอง”
หนิงซิวมองนางด้วยสายตาแปลกๆ
“ทำไมหรือเจ้าคะ ข้าพูดอะไรผิดหรือ”
หนิงซิวส่ายหน้า “ตอนเด็กท่านอาจารย์ก็เคยพูดเช่นนี้กับข้าเช่นกัน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้หมิงเวยจึงถามว่า “อาจารย์ ท่านคิดหรือไม่ว่าเคล็ดวิชาที่พวกเราร่ำเรียนมาค