ุกวันเพื่อดูทหารด้านนอก
หมิงเวยคาดเดาความคิดในใจเขาออก “ท่านอยากช่วยเหลือใช่หรือไม่”
ใช้เวลานานกว่าที่หยางชูจะตอบ “คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ สถานะของข้าน่าอึดอัดเกินไป กองทัพซีเป่ยมีแม่ทัพพวกเขาไม่ให้ข้ายื่นมือเข้าไปแทรกแซงหรอก”
หมิงเวยกลับพูดว่า “พวกเราไปสนามรบไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถช่วยได้นะเจ้าคะ”
หยางชูตกใจ “หมายความว่าอย่างไร”
“ข้ามักจะรู้สึกว่าสงครามครั้งนี้แปลก และมันต้องมีเหตุผลเบื้องหลัง เราควรลองตรวจสอบดูดีหรือไม่”
“ตรวจสอบงั้นหรือ”
“ใช่ ไปที่เนินกรวดกันเถอะเจ้าค่ะ”
หยางชูตื่นเต้น เขารู้ว่าการไปที่เนินกรวดนั้นอันตรายมาก แต่การอยู่ที่นี่ และเฝ้าดูมันทำให้รู้สึกไม่สบายใจจริงๆ หลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้วคืนนี้เขาจึงไปหาจงรุ่ย
จงรุ่ยได้ยินคำขอของเขาจึงพูดด้วยความประหลาดใจ “ท่านบ้าไปแล้วหรือ ท่านพ่อของข้าหายตัวไป ตอนนี้ก็มีหิมะขวางถนนทำให้ไม่สามารถผ่านได้เลย และหิมะก็ยังตกลงอยู่ บางทีมันอาจจะทำให้หิมะตกหนักขึ้นอีกท่านคิดว่าข้าไม่เร่งรีบหรือ แต่ถึงรีบอย่างไรข้าก็ไม่สามารถส่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปตายได้จึงทำได้แค่ค่อยๆ…”
หยางชูพูด “มีเหตุผลสองประการ หนึ่ง ถึงคนของข้าน้อย แต่เป็นยอดฝีมือ มีข้อได้เปรียบในการหาคน สอง ข้าไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพซีเป่ย หากมีอะไรเกิดขึ้นก็จะไม่ส่งผลต่อสถานการณ์โดยรวม”
“ถึงจะพูดเช่นนั้นมันก็อันตรายเกินไป…”
พูดถึงหลายวันมานี้จงรุ่ยอยากจะไล