จะอ้อมไปดักหน้าพวกเขา
วางแผนที่จะซุ่มโจมตีหรือ หมิงเวยคิดอยู่ครู่หนึ่งนางทิ้งม้าไว้แล้วเดินเท้าแทน ขณะที่นางกำลังเดินก็สังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบพบว่าต้นไม้หรือหินมีการเคลื่อนย้ายเป็นครั้งคราว นางเดินเช่นนี้ต่อไปสักพักก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่แผ่วเบาจึงหยิบยันต์ออกมาแล้วโปรยออกไป
เสียงกีบม้าแผ่วเบาดังก้องไปทั่วหุบเขาอีกฝ่ายมีสามคนหนึ่งในนั้นพูดขึ้นว่า
“ใต้เท้า ท่านลองฟังดูพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากเราแล้ว”
บุรุษลึกลับมองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “ไปซุ่มโจมตีตรงนั้น”
“ขอรับ” พื้นที่ที่บุรุษลึกลับเลือกเป็นช่องแคบที่ด้านหนึ่งเป็นยอดเขาอีกด้านหนึ่งเป็นป่าทึบ พวกเขาวางเชือกบนพื้นเพื่อให้ม้าสะดุดล้ม และขุดหลุมที่มีความลึกต่างกันอย่างชำนาญ
เสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาใกล้หมิงเวยนอนคว่ำอยู่บนยอดเขา และเห็นว่าพวกเขาขุดหลุมไปพอสมควรแล้วจึงส่งกระดาษยันต์กองหนึ่งให้งูขาว
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเงาหนึ่งวิ่งปรากฏอยู่บนถนน คนทั้งสามที่ซุ่มโจมตีกลั้นหายใจ และในไม่ช้าคนผู้นั้นก็วิ่งมาอยู่ตรงหน้าเชือกที่วางไว้
คนผู้นั้นร้องเสียงหลง และหงายหลังล้มลงบนพื้น
“ลงมือ!” บุรุษลึกลับนำคนของตนเองออกไป พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนซึ่งก็คือคนตรงหน้าจึงอาศัยช่วงเวลาที่คนล้มลงกับพื้นจับกุมเป้าหมายที่กำลังคิดจะหนี แต่บุรุษลึกลับวิ่งไปไม่กี่ก้าวกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เสียง ‘ฟิ้ว’ ลูกธนูหน้าไม้ถูกยิงออกมา เขาตกใจแล้วรีบกระโดดหลบ
‘ฟิ้วๆ!