้กับเหลียงจาง และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แม่ทัพเหลียงรีบลุกขึ้นมาเถิดฝ่าบาทไม่ได้เอาผิดท่าน”
เหลียงจางอ่านราชโองการตั้งแต่ต้นจนจบเมื่อแน่ใจว่าตราประทับนี้ถูกต้อง เขาก็แทบจะลุกไม่ขึ้น เพียงแค่เห็นกระดาษก็รู้แล้วว่าพระราชโองการฉบับนี้เขียนด้วยลายพระหัตถ์ หมายความว่าฝ่าบาทไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจถึงได้ไม่ชี้ตัวผู้ใดเป็นจริงเป็นจัง
แล้วเหตุใดพระราชโองการถึงไม่มีชื่อของเจ้าเด็กแซ่หยางนั่นเลยเล่า กลายเป็นว่าเขาทำผิด และฝ่าบาทไม่คิดที่จะพิจารณาอย่างละเอียดซึ่งทำให้เขารู้สึกสงสัย เรื่องนี้เป็นความผิดของเขาไม่เกี่ยวกับเด็กแซ่หยางอย่างนั้นหรือ
เหลียงจางสงสัยเป็นอย่างมากเขาคิดว่าตนและฝ่าบาทจะเข้าใจกันดีโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เหตุใดปฏิกิริยาของฮ่องเต้ครั้งนี้จึงแตกต่างไปจากที่เขาคิดไว้โดยสิ้นเชิง ฮ่องเต้พระองค์นี้อาจมีเมตตา แต่ถ้าผู้ใดทำให้พระองค์กังวลได้เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ต้อง…หยุดเอาไว้! เขาไม่ได้บอกว่าฮ่องเต้ถูกหรือผิดเขาอยากบอกว่า…
เหตุใดเจ้าเด็กแซ่หยางนี่ถึงไม่เป็นอะไรเลย เขาเข้าใจพระประสงค์ของฝ่าบาทผิด หรือว่าฝ่าบาทกับเขาจนถึงตอนนี้แค่ไม่ลงรอยกันเท่านั้น
“แม่ทัพเหลียง” เสียงของหลิวกงกงเรียกสติเขา
เหลียงจางลูบหน้าแล้วยิ้มอ่อน “ทำให้กงกงเห็นภาพตลกเสียแล้ว”
หลิวกงกงหัวเราะ “ฝ่าบาททรงพระเมตตาและคิดถึงท่าน ท่านไม่ต้องกลัวไป”
“ขอรับ” เหลียงจางตอบรับ
เมื่อเรื่องนี้ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของเขาเหล