ียงจางจึงไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ เขาตัดสินใจที่จะดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยว่ากัน
“กงกงเดินทางไกลมายังซีเป่ย ข้าน้อยต้องต้อนรับท่านเป็นอย่างดี เชิญกงกงพักผ่อนที่ห้องรับแขกสักครู่เถิด ตอนค่ำข้าน้อยจะจัดงานเลี้ยงให้ท่าน”
อืม..ดื่มสุราก่อนแล้วค่อยสอบถามว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรอยู่กันแน่ เพื่อเลี่ยงที่ตนจะไม่สูญเสียความไว้ใจจากฝ่าบาทโดยไม่รู้ตัว
หลิวกงกงพูดว่า “จัดการธุระให้ฝ่าบาทเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว แม่ทัพเหลียงไปทำธุระเถอะ ข้าอยู่นั่งคุยเรื่องวันเก่าๆ กับคุณชายสามได้”
เปลือกตาของเหลียงจางกระตุก ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าท่าไม่ดีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถพูดแย้งอะไรออกไปได้จึงทำได้เพียงยิ้มตอบรับ “เชิญกงกงตามสบาย หากท่านต้องการอะไรเรียกพวกเขาได้เลยขอรับ”
“ข้ารู้แล้วท่านไปจัดการธุระเถอะ” เหลียงจางเดินจากไปด้วยท่าทางอาลัยอาวรณ์
หลิวกงกงให้ทุกคนถอยออกไปหยางชูเข้าใจได้อย่างชัดเจนจึงเดินนำอีกฝ่ายไปที่ห้องของหมิงเวย
เมื่อพบหมิงเวยหลิวกงกงก็ยิ้มออกมา “นี่คือแม่นางหมิงงั้นหรือ อยากพบท่านมานานแล้ว”
หมิงเวยทำความเคารพแล้วมองหยางชูด้วยแววตาสงสัย เรื่องเมื่อครู่นางได้ยินแล้ว แต่เขาพาหลิวกงกงมาที่นี่หมายความว่าอย่างไร หลิวกงกงผู้นี้หันไปมองหยางชูอีกครั้งสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
หยางชูพูดว่า “อยู่ในห้องนี้ท่านสามารถพูดได้อย่างอิสระ”
หลิวกงกงได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันทีจึงมองตรงแล้วคำนับเขาอีกครั้ง การคำนับครั้งนี้ดูเป