สำคัญที่สุดคือต้องสามารถสั่งการทหารได้ถึงทักษะการต่อสู้ของเขาจะไม่ดีเท่าจงซู่ แต่เขาปกป้องเป่ยเทียนเหมินมาหลายปีแล้ว เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในสงครามใหญ่ แต่ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ นั้นมีไม่ขาด เขารู้ถึงความสำคัญของมันดี
หยางชูพูดว่า “เช่นนั้นหากเข้าใจถึงความร้ายแรงของมันก็จะก่อปัญหาได้ใช่หรือไม่”
เหลียงจางโกรธ “ข้าจะไม่ตีฝีปากกับท่าน! สรุปก็คือข้าไม่สามารถมอบป้ายคำสั่งให้ได้ หากท่านต้องการคนข้าสามารถหาให้ท่านได้ แต่นักรบเกราะเหล็กอย่างไรก็ไม่ได้”
หยางชูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แค่เพียงพึ่งพาเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ไม่เรียกใช้นักรบเกราะเหล็กจะสามารถเอาชนะกองกำลังของหูเหรินได้หรือ”
แน่นอนว่า…สู้ไม่ได้!
แต่! ทำไมต้องสู้ด้วยเล่าเป่ยเทียนเหมินก็อยู่ของมันดีๆ ต่อให้หูเหรินยกทัพมา หากปิดประตูพวกเขาจะทำอะไรได้
เพื่อสตรีผู้เดียวเนี่ยนะเขาไม่ใช่คนโง่!
“อย่างไรก็ให้ไม่ได้ท่านจะขู่ข้าอีกครั้งก็ไม่ได้ผลหรอก”
“จริงหรือ” หยางชูเล่นกับกระบี่ของตนเขาดึงกระบี่ออกจากฝักแล้ววางบนคอของเขา
เหลียงจางตัวแข็งทื่อ “ต่อให้ท่านตัดหัวข้า ข้าก็ให้ไม่ได้”
น่าขัน! มอบป้ายคำสั่ง เขาจะไปอธิบายกับฮ่องเต้อย่างไร หากเขาสูญเสียความโปรดปรานจากฝ่าบาทจนต้องลงจากตำแหน่งนี้ก็ไม่แน่ว่าจะมีชีวิตที่ดีกว่าความตายซึ่งเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของทั้งครอบครัวด้วย
หยางชูเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่นเขาครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ไม่ยกนักรบเกร