พอเห็นเชิ่งชีที่นอนบนพื้นก็รู้สึกคลื่นไส้อีกครั้ง
หมิงเวยชี้ “รีบขุดหลุมฝังเขาซะ”
โหวเหลียงมีสีหน้าลำบากใจ “แม่นางหมิงข้าเป็นนักปราชญ์ไร้เรี่ยวแรง…”
หมิงเวยพูดอย่างใจเย็น “ท่านไม่ขุดก็ไม่เป็นไรหากซูถูยังไม่กลับไป พอเห็นศพก็รู้ได้ว่าพวกเราไม่มีแรงในการต่อสู้แล้ว ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรท่านคงเดาได้”
โหวเหลียงจินตนาการถึงภาพนั้นก็รีบพูดทันทีว่า “ข้าขุดเองๆ!”
หมิงเวยยิ้มพลางมองเขามองหาที่ที่จะขุดหลุม โหวเหลียงเหงื่อออกเต็มหน้าผาก จนกระทั่งพลบค่ำหลุมตื้นๆ ถูกขุดเสร็จ และร่างของเชิ่งชีก็ถูกลากลงไป
เขาขุดไปพึมพำไปว่า “หากรู้มาก่อนว่า…”
“ท่านคิดว่าอยู่ข้างกายซูถูน่าจะดีกว่าใช่หรือไม่”
โหวเหลียงหัวเราะแห้ง “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรแน่นอนว่าติดตามแม่นางดีกว่า ซูถูเป็นคนหูเหรินจะไปเข้าใจอะไร”
“ตอนอยู่เขาเทียนเสินท่านไม่ได้พูดเช่นนี้นี่!”
“ฮ่าๆ นั่นไม่ใช่เพื่อหลอกเขาหรอกหรือ…”
หมิงเวยยิ้มแล้วพูดว่า “ลำบากท่านแล้วข้ากับตัวฝูได้รับบาดเจ็บ การเดินทางหลังจากนี้คงทำให้ท่านต้องเหนื่อยแล้ว”
นางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนั้นโหวเหลียงรู้สึกประหลาดใจ “อา…ไม่ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ควรจะ…”
หลังจากฝังศพและลบร่องรอยการต่อสู้แล้วทั้งสามคนก็พักผ่อน พวกเขาต้องพักผ่อนเอาแรงเพื่อหลบหนีเอาชีวิตรอดในวันพรุ่งนี้
ครั้งนี้เป็นการหลบหนีที่แท้จริงทั้งสองสูญเสียพลังในการต่อสู้ไปแล้วจึงเหลือโหวเหลียงเพียงคนเดียว และพวกเข