ึกๆ และบ่นว่า “ไปที่ไหนก็เกิดเรื่องวุ่นวายจริงๆ…”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่หนิงซิวพูดเขาจึงถามออกไปเสียงขรึม “เหล่าฟางยังไม่กลับมาเขาไปสืบข่าวอยู่หรือ”
“ขอรับ” ขุนพลผู้นั้นตอบ “พี่ฟางบอกว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับแม่นางหมิง เขาต้องกลับไปดูไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ต้องให้คุณชายได้รับรู้”
หยางชูเงียบไปครู่หนึ่งและตบไหล่เขา “พวกเจ้าทำได้ดีมาก”
ขุนพลรีบตอบ “ข้าน้อยไม่สมควร”
หยางชูหมุนตัวแล้วตะโกนขึ้น “อาสวน เรียกรวมพลเดี๋ยวนี้!”
อาสวนรีบบอกว่า “คุณชาย! เหล่าฟางยังไม่กลับมาพวกเราไม่รู้ข่าวที่แน่นอนเกี่ยวกับแม่นางหมิงในตอนนี้ไม่รอสักหน่อยหรือขอรับ หากท่านไปก็ไม่มีผู้ใดอยู่…”
หยางชูตอบ “เหล่าฟางเป็นหน่วยสอดแนมรีบร้อนเดินทางเพื่อไปถึงที่หมายให้เร็วกว่าเดิมเป็นเรื่องที่เขาถนัด หากคำนวณเวลาดูแล้วอีกสองสามวันเขาก็กลับมา รีบเตรียมคนไว้ก่อนเราจะออกเดินทางทันทีที่ได้รับข่าว!” อาสวนได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
คุณชายคิดอย่างรอบคอบเช่นนี้หมายความว่าเขาสงบนิ่งมากไม่หุนหันพลันแล่น
“ขอรับ”
“พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ” หยางชูพูดกับขุนศึกทั้งหลาย “ลำบากมาตลอดทางแล้วไปรักษาสุขภาพก่อนเถอะ!”
เหล่าขุนศึกพูดพร้อมเพรียงกัน “คุณชาย พวกเราต้องการไปช่วยแม่นางหมิงขอรับ!”
“งานของพวกเจ้าเสร็จสิ้นแล้วควรพักผ่อนเมื่อถึงเวลาพักผ่อน ตอนนี้กำลังคนของพวกเราเพียงพอแล้วไม่ต้องกังวลไป”
เหล่าขุนพลสงสัยว่ามีกำลังคนเพียงพอหรือ คนเล