อกความจริงในที่สุด “ข้าไม่ปิดบังท่านแล้วข้ากังวลมากขอรับ! ชาวหูเหรินพวกนั้นโหดร้ายมากพิธีกรรมเทียนเสินนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นหลุมพรางลอบสังหารหากพวกเขาเกิดการปะทะกันละก็…”
หมิงเวยกล่าวด้วยใจจริงว่า “ท่านจะคิดเช่นนั้นก็ไม่ถูกข้าเองก็จะไม่ปิดบังท่าน พิธีกรรมเทียนเสินที่จริงนั้นอันตรายมากพูดได้ว่าเผ่าฉีหูอาจสร้างปัญหาขึ้นในพิธีกรรม แต่อีกเจ็ดเผ่ารวมทั้งเผ่าหมาป่าหิมะจะไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งแน่นอน”
โหวเหลียงถามอย่างมีความหวัง “แม่นางมีแผนการเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเราได้รับความเสี่ยงแล้วหรือ”
หมิงเวยส่ายหน้า “ไม่มี”
โหวเหลียงแทบทรุด “ถ้าเช่นนั้นพวกเราต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงงั้นหรือ!”
หมิงเวยยิ้ม “ข้ายังพูดไม่ทันจบท่านจะใจร้อนไปทำไมกัน”
โหวเหลียงรีบคำนับ “ท่านพูดมาได้เลยๆ!”
หมิงเวยมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “แม้ว่าบุคลิกของท่านจะถูกตราหน้าต่างๆ นานา แต่ท่านก็เป็นผู้ที่มีความรู้มากจะต้องสามารถรับมือได้แน่นอน”
เมื่อเห็นการยอมรับจากนางโหวเหลียงก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเล็กน้อยเขาพูดอย่างถ่อมตัวว่า “ท่านกล่าวชมเกินไปแล้วตอนข้ายังเด็กร่ำเรียนด้วยความยากลำบาก แม้ว่าหลังจากนั้นจะอยู่ในรังโจร แต่ก็ยังขยันหมั่นเพียร”
“ด้วยความสามารถของท่านน่าเสียดายที่มันเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงในตอนนั้นจึงไม่สามารถทำงานราชการได้มันช่างสูญเปล่า” โหวเหลียงถอนหายใจ
แม้เขาจะเป็นคนไม่ดี แต่ในฐานะลูกศิษย์ของนักปราชญ์เขาก็ยังรู้สึกเสียใจอย