วจะลำบากไปเป็นกุนซือให้พวกโจรไร้คุณธรรมพวกนั้นไปทำไม”
เสียงอยู่ใกล้แค่เอื้อมราวกับว่าอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าเขานายช่างโหวตกใจจนมือชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“ผู้ใดกัน” เขามองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก
“ตรงนี้!” เสียงอันเกียจคร้านร้องเรียกเขา
นายช่างโหวหันศีรษะไปมองตามเสียง และในที่สุดก็เห็นอีกฝ่าย บนกำแพงที่สร้างได้เพียงครึ่งหนึ่งมีสตรีผู้หนึ่งยืนถือขลุ่ยอยู่สายลมกลางคืนก็พัดแขนเสื้อของนางราวกับว่าอีกไม่นานนางจะจากไปพร้อมกับสายลม
“ท่าน…”
นายช่างโหวตกใจเขารู้แค่ว่าคนผู้นั้นที่ถูกย้ายไปเป็นเสวียนชื่อ แต่ไม่รู้ว่านางก็เป็นด้วย! อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม แต่ม่านพลังไม่ตอบสนองอะไรเลย
หมิงเวยกระโดดลงจากกำแพง และเดินไปรอบๆ ตัวเขา จากนั้นก็เอื้อมมือไปดึงยันต์บนหน้าผากเขาออก “ออกบวชกลางทาง[1] ใช้ยันต์มั่วซั่วทำตัวเองคล้ายกับผีดิบมีแต่จะทำให้คนแวดวงเดียวกันหัวเราะก็เท่านั้น การละเล่นนี้จำเป็นต้องกระตุ้นพลังรู้หรือไม่” พูดจบนางก็ดึงพลังออกมาเปลี่ยนยันต์ให้กลายเป็นควันแทรกซึมเข้าไปในกึ่งกลางของคิ้วของเขาโดยตรง
นายช่างโหวตกใจในตอนแรกเขาโบกมือบอกให้อีกฝ่ายหยุด แต่ก็ไม่เป็นผล ทันใดนั้นคิ้วของเขาแข็งค้างรู้สึกถึงจิตใจอย่างชัดเจน
หมิงเวยมองเขาด้วยรอยยิ้ม “เข้าใจหรือไม่ เมื่อครู่ที่ท่านทำเช่นนั้นแค่สิบส่วนยังไม่สำเร็จเลยด้วยซ้ำ”
นายช่างโหว “….” นี่เขาใช้วิธีที่ผิดมาตลอดเลยหรือ
“ช่างน่าสนใจสิ่งที่ท่านได้รับเป็นการสืบทอดของป