างชูเวียนหัวเขาใช้ความตั้งใจทั้งหมดของตนระงับจิตใจของตนเอง
หมิงเวยได้ยินการหายใจของเขาหนักขึ้นเหงื่อไหลรดบนลำคอของนางดูเหมือนเขาจะทรมานมาก…
นางกอดเขาไว้ครู่หนึ่ง และจู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นพูดข้างหูเขาว่า “ให้ข้าช่วยดีหรือไม่”
หยางชูชะงักไปชั่วขณะลมหายใจของนางรินรดข้างหูเขารู้สึกชาจนตัวสั่น เนื้อหาของคำพูดนั้นทำให้เขาคิดไปไกลจนแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
เขาถามด้วยความยากลำบาก “ท่าน…รู้ตัวหรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา”
“รู้สิ” หมิงเวยตอบอย่างสบายๆ “ในหนังสือบอกว่าหากรู้สึกทรมานเช่นนี้โดยเฉพาะบุรุษวัยเลือดร้อนเช่นท่าน หากได้รับแรงกระตุ้นให้มองเห็นสิ่งที่คล้ายกัน…”
“ท่านเงียบซะ!”
ยิ่งนางพูดเท่าไรยิ่งฟังดูไม่เข้าท่าลางสังหรณ์บอกว่าถ้าปล่อยให้นางพูดจบ หยางชูที่ใกล้หมดการควบคุมได้หยุดนางอย่างหยาบคายแน่ เขาทั้งรักทั้งเกลียดคนในอ้อมกอดเขากัดฟันพูดว่า
“ท่านคิดว่าข้าไม่กล้าหรือ”
“ข้าเปล่านะ!” หมิงเวยพูดอย่างไร้เดียงสา “ข้าไม่ได้บอกหรือว่าจะช่วยท่าน หากอดทนต่อไปเช่นนี้จะไม่ดีต่อร่างกายเอาได้นะเจ้าคะ”
“….” หยางชูอยากจะบีบคอนาง และอยากจะถามว่านางคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่!
หากเป็นสถานการณ์ปกตินางควรตบหน้าเขาต่อว่าเขาว่าไร้ยางอายหรือไม่ก็วิ่งหนีด้วยความตกใจไม่ใช่หรือ จะมาช่วยอะไรเขากันไม่กลัวว่าเขาจะระงับตนเองไม่ได้หรืออย่างไร…แต่ดูเหมือนนางจะเต็มใจจริงๆ ดูกระตือรือร้นที่จะลองเป็นอย่างมาก
ไม่ได้ๆ จะให้นางเสี