างไร”
เจี่ยงเหวินเฟิงกระตุกมุมปาก “ท่านก็รู้ว่าขาของท่านไม่ได้ยืดสูงถึงเพียงนั้น”
เท้าอยู่สูงกว่าศีรษะยังดูมีความสง่างามอยู่อีกหรือ
ฟู่จินถามเสียงดุ “ทำไม เจ้าไม่พอใจอาจารย์งั้นหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดด้วยสีหน้าว่างเปล่า “ศิษย์ไม่กล้าขอรับ” หากพูดว่าใช่ตนจะยังมีชีวิตถึงวันพรุ่งนี้หรือ หลังจากดื่มเหล้าองุ่นเรียบร้อยเขาก็เปลี่ยนเป็นถ้วยซีเจี่ยว
เจี่ยงเหวินเฟิงใช้เวลาหนึ่งวันและยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดเขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “อาจารย์ ท่านจะทำอะไรกับแม่นางหมิงกันแน่”
ฟู่จินรู้สึกประหลาดใจ “ทำอะไร ข้าต้องทำอะไรงั้นหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงเองก็แปลกใจ “ท่านไม่ทำอะไรงั้นหรือ เห็นท่านถามละเอียดถึงเพียงนั้น”
เมื่อคืนฟู่จินถามเขาเกี่ยวกับแม่นางหมิงเป็นเวลานาน ถามตั้งแต่เรื่องตระกูลหมิงไปจนถึงเรื่องต่างๆ ที่นางทำในเมืองหลวง ช่วงเวลาแปดเก้าเดือนนี้เจี่ยงเหวินเฟิงเล่าจนปากแห้ง
เขาถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รำคาญด้วยซ้ำ นั่นไม่ใช่เพราะอยากทำอะไรงั้นหรือ เขาตัดหัวตนเองออกมาแล้วด้วยซ้ำ!
เหล้าขาวถูกเทลงถ้วยซีเจี่ยวฟู่จินดมกลิ่นหอมของมันแล้วพูดว่า “แม่นางหมิงที่เจ้าพูดถึงไม่ใช่คนธรรมดา!”
เจี่ยงเหวินเฟิงคิดในใจ ไร้สาระ! เรื่องนี้ไม่ต้องสรุปก็ได้
แต่เมื่อฟู่จินจิบสุราหนึ่งคำเขาก็พูดต่อว่า “ละมั่งนอนเขาแขวนต้นไม้ ไม่หลงเหลือซึ่งร่องรอย[1] แม่นางผู้นี้ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จู่ๆ ก็เข้ามาพัวพันกับเรื่องเหล่านี้”