ว”
“อาจารย์” เจี่ยงเหวินเฟิงถาม “ท่านรู้อะไรหรือ”
ฟู่จินเทเหล้าลงในแก้วแต่ละแก้วไม่มากก็น้อยจากนั้นก็หยิบตะเกียบแล้วเคาะเบาๆ ส่งเสียงไพเราะราวกับเสียงเพลง
“นางเป็นคนนอก แต่หากไม่มีนางคดีความที่ตงหนิงคงไม่ได้ข้อสรุปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีนางเสวียนตูกวันคงไม่มีทิศทางเช่นนี้ ไม่มีนาง…”
ฟู่จินชะงักเขาเคาะตะเกียบอย่างแรง และถ้วยก็ส่งเสียงคร่ำครวญ
เขาโยนตะเกียบออกไปแล้วยกถ้วยขึ้นดื่มจากนั้นก็พูดว่า “วันที่ข้ารอคอยคงไม่มาถึง!”
……………
ช่วงเวลาเทศกาลชิวเลี่ยในรอบสิบปีผู้ใดจะคาดคิดว่าจะจบลงเช่นนี้
กองทหารรักษาพระองค์ที่สูญเสียประสิทธิภาพการต่อสู้หลังจากถูกคนร้ายแฝงตัวเข้ามาในทีมล่าสัตว์ โชคดีที่ฮ่องเต้ทรงมีไหวพริบวางแผนซ้อนแผนจึงจับตัวคนร้ายได้สำเร็จ
ดังนั้น ในเวลาเพียงสองวันเทศกาลชิวเลี่ยจึงได้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว
หมิงเวยขึ้นรถม้าและเห็นละอองฝนข้างนอก
“เด็กหนุ่มฟังเสียงเพลง ณ หอคณิกา เทียนสีแดงส่องแสงหรี่ช่างดูสลัว ชายวัยกลางคนนั่งเรือมองดูฝนโปรยปราย บนแผ่นน้ำกว้างใหญ่ ห่านตัวหนึ่งร้องไห้สะอื้น จนตอนนี้…” หมิงเวยท่องไปได้ครึ่งทางก็หัวเราะ นางคิดคะนึงมากมายเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ
เสียงของจี้หลิงดังลอดมาจากอีกฝั่งของม่าน “น้องหญิง น้องยังเด็กอยู่มาพูดถึงช่วงชีวิตเช่นนี้เหมือนคิดว่าตนเองอายุมากแล้วนะ”
หมิงเวยยิ้ม “พี่ใหญ่จะบอกว่าอนาคตไม่ต้องกังวลอะไรงั้นหรือ”
เมื่อคิดถึงตอนที่นางยังเด็กจะเรียนศ