บทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” แล้วเขาก็เหลือบมองอันอ๋องแล้วแค่นหัวเราะแล้วเงยหน้ายืดอกรับโทษ ผู้ที่ไม่รู้คงคิดว่าเขาเป็นผู้ชนะในสนามรบ
อันอ๋องโกรธมาก เขารับโทษอย่างเชื่อฟังซึ่งตนเองทำได้เพียงยอมรับเท่านั้น ไม่เช่นนั้นเสด็จพ่อจะทรงกริ้วหนัก
ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย!
…………
เจี่ยงเหวินเฟิงคำนวณในใจตอนนี้ฟ้าคงมืดแล้วใช่หรือไม่
แต่หูกลับได้ยินเชี่ยนเหนียงพูดว่า “ตอนนี้เวลาค่ำแล้วเจ้าค่ะ ด้านนอกห้องลับมีคนคอยคุ้มกัน แต่ท่านพี่คุยกับข้าได้นะเจ้าคะ พูดเสียงเบาข้างนอกคงไม่ได้ยิน”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้าแล้วพูดเสียงเบา “เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน สิ่งที่อาจารย์ฟู่เตรียมนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับข้าแน่นอน ดูเหมือนเขาจะคาดหวังว่าวันหนึ่งจะมีคนค้นพบตราประทับนี้”
เขาชะงักและพูดใหม่ว่า “หรือมีคนค้นพบห้องลับของเขา”
เชี่ยนเหนียงสงสัย “เขาคิดจะทำอะไรกันแน่เจ้าคะ ตราประทับนั่นมีกลไกอะไรกัน”
เจี่ยงเหวินเฟิงไม่เคยปิดบังอะไรนาง เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา “นั่นเป็นตราประทับส่วนตัวของซือฮว๋ายไท่จื่อ”
“ซือฮว๋ายไท่จื่อ…” เชี่ยนเหนียงนึกอย่างยากลำบาก “ท่านพี่หมายถึงไท่จื่อของฮ่องเต้องค์ก่อนหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว” เจี่ยงเหวินเฟิงตอบเสียงเบา “เมื่อครู่ข้านึกถึงชีวิตของอาจารย์ฟู่ พบว่าน่าสนใจมาก”
“อย่างไรหรือเจ้าคะ”
“อาจารย์ฟู่ฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์หลายท่าน และหนึ่งในนั้นเป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แซ่กู้…”
เชี่ยนเหนียงตอบสนองทันที