าวของกระหม่อมคนนี้เก่งกว่าบุตรชายของกระหม่อมอีกพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ”
เขาบอกว่า “บุตรของกระหม่อมเป็นคนดื้อรั้น ไม่ชอบศึกษาเล่าเรียน โชคดีที่หลานสาวมาอยู่ด้วยกันทำให้เขามีแรงใจในการเรียนไม่น้อย”
ฮ่องเต้ถาม “ได้ยินมาว่าบุตรชายคนเล็กของเจ้าได้หมั้นหมายกับหลานสาวเจ้างั้นหรือ”
นายท่านจี้ตอบรับ
ฮ่องเต้ทรงพระสรวล “ในเมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาเข้ากันได้ดีเหตุใดไม่ให้เจิ้นเป็นพ่อสื่อให้พวกเขาล่ะ”
นายท่านจี้ประหลาดใจ พ่อสื่อ หมายถึงพระราชทานสมรสงั้นหรือ
เมื่อเห็นเขามึนงงเพื่อนร่วมงานก็เตือนเขาอย่างขมขื่นว่า “ใต้เท้าจี้ ฝ่าบาทให้เกียรติท่านขนาดนี้ทำไมไม่กล่าวขอบพระทัยเล่า” นายท่านจี้ถูกเขากล่าวเตือนก็ได้สติจึงรีบกล่าวขอบพระทัยฝ่าบาท
ฮ่องเต้โบกมือ “เจิ้นแค่อยากให้ครอบครัวของเจ้าประทับใจ บางทีสวรรค์อาจจะมอบสะใภ้ที่ดีให้เจิ้นด้วย”
เหล่าขุนนางยิ้มอย่างรู้ทันเทศกาลชิวเลี่ยในปีนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งไม่ใช่หรือ ไท่จื่อที่อยู่ข้างกายรู้สึกประหลาดใจในตอนแรกจากนั้นก็แอบลอบยิ้ม
ช่างน่าประหลาดใจ เด็กนั่น คงไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นหรอกนะ
พระราชโองการของฮ่องเต้ยากที่จะละเมิด เมื่อเอ่ยออกไปแล้วก็ไม่สามารถหาเหตุผลกลับคืนมาได้ หากเขารู้ว่าความปรารถนาของตนเองล้มเหลวจะเป็นอย่างไรนะ
ไท่จื่อแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเห็นผลลัพธ์นี้แล้ว
…………
เมื่อเจี่ยงเหวินเฟิงได้สติเขาพบว่ามือและเท้าของเขาถูกมัด ดวงตาของเขาถูกปกคลุ