วของข้าทำไม เพื่ออะไร คงไม่ใช่เพื่อการตรวจสอบคดีใช่หรือไม่”
ประโยคที่ฟู่จินเอ่ยฟังดูเหมือนเหน็บแนม แต่ไม่คาดคิดว่าเจี่ยงเหวินเฟิงจะตอบกลับว่า “ใช่ขอรับ”
เขาตอบอย่างจริงจัง ฟู่จินก็รู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่เคยโกหก ดังนั้นเขาจึงหยุดและถามว่า “โอ้ ข้าเกี่ยวข้องกับคดีอะไรหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดออกมาสามคำ “ฆาตกรรมขอรับ”
ฟู่จินแค่นหัวเราะ “เหวินเฟิง เจ้าอย่าพูดไร้สาระ ครึ่งชีวิตของข้าอยู่กับการเรียน ข้าเริ่มสอนที่สถานศึกษาซานไถเมื่อยี่สิบปีก่อนจะไปฆ่าผู้ใดได้ เจ้ายังไม่บอกมาตรงๆ อีก!”
เจี่ยงเหวินเฟิงถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อาจารย์แน่ใจหรือว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนี้”
ฟู่จินตอบอย่างเย็นชา “แน่นอนว่าไม่เคย!”
“แล้วห้องลับนี้ของท่านคืออะไรกัน ดูไม่เหมือนคนไม่มีการเตรียมตัว ท่านคงคิดว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมาตรวจสอบท่านใช่หรือไม่ขอรับ”
ฟู่จินหรี่ตาไม่ตอบอะไร
เจี่ยงเหวินเฟิงได้ยินเชี่ยนเหนียงพูดว่า “เขามีรังสีสังหาร ท่านอย่าไปกระตุ้นเขาเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงถอนหายใจยาวและเปลี่ยนเรื่อง “ไม่พูดเรื่องห้องลับนี่ก็ได้ขอรับ ตราประทับนั่นของท่านคืออะไรกัน”
ฟู่จินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้าชอบสะสมแร่หินเจ้าเองก็รู้”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูด “อาจารย์ ถึงศิษย์ผิดที่บุ่มบ่ามตรวจสอบห้องหนังสือของท่าน แต่ศิษย์ยังต้องการแก้ปัญหานี้ด้วยความจริงใจ ในเมื่อศิษย์สามารถมาได้ผู้อื่นก็มาได้ ของสิ่งนั้นของท่านไม่ช้าก็เร็วต้องมี