ูลน้อยเกินไปพัวพันไปถึงผู้อื่นโดยกว้าง ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดีเจ้าค่ะ พูดไปมีแต่ทำให้ใต้เท้าลำบากใจ หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอาจารย์ฟู่จริง ข้าจะแจ้งต้นสายปลายเหตุให้ใต้เท้าฟังแน่นอนเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงตอบรับนาง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปเตรียมตัวใช้ประโยชน์จากซิวมู่[1] เดินทางไปยังสถานศึกษาซานไถ เพียงแต่งานราชการยุ่งมากจำเป็นต้องหาเวลาคงต้องใช้เวลาสักครู่”
หมิงเวยพยักหน้า “ข้าอยากให้ใต้เท้าเจี่ยงทำความเข้าใจสองประเด็น หนึ่ง อาจารย์ฟู่เป็นเจ้าของตราประทับจริงหรือไม่ สองในวันที่สิบเดือนสามเมื่อสามปีที่แล้ว อาจารย์ฟู่ไม่ได้อยู่ในสถานศึกษาซานไถใช่หรือไม่ แต่สำหรับเวลานั้น อย่างไรก็รอมาหลายปีแล้ว และตอนนี้ข้าก็ไม่รีบร้อนอะไรเจ้าค่ะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงคิดแล้วตอบรับ “ได้”
เมื่อพูดคุยกับเจี่ยงเหวินเฟิงเสร็จหมิงเวยก็เดินออกไปทางประตูหลังอย่างเงียบๆ
เจี่ยงเหวินเฟิงนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้วกระซิบ “เชี่ยนเหนียง ข้ามีลางสังหรณ์ไม่ดีเรื่องนี้อาจจะยุ่งยากเป็นได้…เจ้าคิดว่าข้าควรสนใจหรือไม่”
ควันลอยออกมาจากแขนเสื้อของเขาแล้วลูบใบหน้าของเขาเบาๆ มีเสียงดังขึ้นว่า “ท่านมีคำตอบในใจอยู่แล้วจะถามข้าทำไมกัน”
เจี่ยงเหวินเฟิงชะงักและหัวเราะเบาๆ “จริงด้วย ข้าจะถามให้มากความทำไมกัน ในเมื่อตัดสินใจที่จะไว้วางใจนางรับปากที่จะช่วยเหลือนางแล้วดังนั้นควรรักษาสัญญา”
สายตาของเขาจ้องมองไปที่ควันและพูดด้วยเสียงอ่อนโย