ลา พวกเจ้าอย่าไปเถลไถลที่ไหนเข้าล่ะ”
“ขอรับ”
รอให้ทุกคนเดินจากไป หยางชูก็พูดขึ้นว่า “ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเผื่อพระองค์มีรับสั่งอะไร” นี่เป็นการสำรวจท่าทีของฮ่องเต้
หมิงเวยพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้นข้ากับพี่ห้าขอตัวก่อน”
หยางชูมองสองพี่น้องเดินจากไปด้วยแววตาเศร้าหมอง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เก็บอารมณ์ของตนเองแล้วเดินเข้าห้องโถงไป
ว่านต้าเป่ากำลังชงชาให้ฮ่องเต้ เตาเล็กๆ กำลังต้มน้ำให้เดือดอยู่
“ถวายบังคมฝ่าบาท” หยางชูพูดเสียงแผ่วเบา
ฮ่องเต้ที่ยืนหันหลังให้หันกลับมาและยิ้มบางๆ “ชูเอ๋อร์นั่นเอง! ยังไม่กลับไปพักผ่อนอีกหรือ”
หยางชูตอบ “นักพรตทั้งสองพูดถึงดาวมาร กระหม่อมเลยคิดว่าฝ่าบาทต้องกังวลพระทัยเป็นแน่จึงเดินทางมาเข้าเฝ้าเผื่อฝ่าบาททรงมีรับสั่งอะไรพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยิ้ม “หายากนะที่เจ้าจะคิดถึงเจิ้น” พระองค์นั่งลงแล้วผายมือไปฝั่งตรงข้าม
บอกว่าต้องการพูดคุยกับเขา หยางชูถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาตอบรับแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็รับชุดน้ำชามาจากว่านต้าเป่า
ว่านต้าเป่าได้รับสัญญาณจากฮ่องเต้จึงถอนตัวออกไปเงียบๆ
ภายในห้องจึงเหลือเพียงสองคน ชาร้อนส่งกลิ่นหอม หยางชูชงชาเสร็จก็รินใส่ถ้วย
ฮ่องเต้จิบชาแล้วตรัสว่า “ตอนเจ้ายังเด็กซนไม่ต่างจากลิงไม่คิดว่าจะร่ำเรียนวิธีชงชาเช่นนี้ด้วย”
หยางชูยิ้ม “ท่านย่าเป็นคนจัดการพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินเขาเอ่ยถึงพี่ใหญ่ฮ่องเต้ก็มีใบหน้าโศกเศร้า “แค่พริบตาเดียวพี่ใหญ่ก็จาก