ไปสามปีแล้ว สามปีนี้เจิ้นใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง กลัวว่าหากเจิ้นทำอะไรผิดไปจะไม่มีคนคอยเตือน”
พระองค์วางถ้วยชาลงแล้วถอนหายใจ “นั่งตำแหน่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย! ภายในต้องควบคุมขุนนางเป็นร้อย ปกครองประชาชน ภายนอกต้องปราบปรามหูเหริน[1] ไตร่ตรองเรื่องใหญ่โตมากมาย เจิ้นขึ้นครองราชย์มาสิบแปดปี ตอนแรกยังคิดสืบทอดคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้องค์ก่อน ส่งทหารไปแดนใต้ รวมใต้หล้าให้เป็นหนึ่ง แต่สิบกว่าปีมานี้ทำได้เพียงปกป้องบ้านเมืองเท่านั้น”
หยางชูไม่พูดอะไรเขารู้ดีว่าฮ่องเต้ไม่ต้องการให้เขาพูดอะไร แค่ต้องการคนรับฟังเท่านั้น
ฮ่องเต้หัวเราะด้วยความขมขื่น “ดาวมารงั้นหรือ เจิ้นทำอะไรไม่ดีหรือ สวรรค์ถึงต้องเตือนเช่นนี้”
หยางชูตอบเสียงเบา “ไม่ว่าฝ่าบาททำดีหรือไม่ดี แต่ดาวมารปรากฏขึ้นแล้ว ใต้หล้าในตอนนี้ดูเหมือนสงบสุข แต่ผู้ใดจะรู้ว่าฝ่าบาทต้องแบกรับความกดดันมากเพียงใด พวกหูเหรินทางเหนือ แคว้นฉู่ทางใต้ ยังมีปัญหาทางการเมืองและการเงินที่หลงเหลือจากการพิชิตทางใต้ของฮ่องเต้องค์ก่อน สิ่งที่พระองค์รับมา แต่เดิมไม่ใช่แผ่นดินที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแต่แรกแล้วจะตำหนิฝ่าบาทได้อย่างไร”
ฮ่องเต้ที่รู้สึกถูกปลอบโยนหัวเราะ “มีคนบอกว่าเจ้าพูดจาไร้สาระ ไม่คิดว่าจะมองเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน”
หยางชูรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “เมื่อก่อนกระหม่อมไม่เข้าใจ แต่เมื่อได้ทำงานที่หวงเฉิงซือ ได้รับรู้เรื่องราวมากมายจึงเข้าใจถึ