การทดสอบจึงเหลือเพียงเสวียนเฟย อวี้หยาง และหมิงเวยที่ยังเข้าร่วมการทดสอบอยู่
สายตาของนักพรตผู้เฒ่ามองไปที่หมิงเวยพลางครุ่นคิด
แม่นางผู้นี้นอกเหนือจากพลังที่ด้อยกว่า แต่ในด้านอื่นๆ นับว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง
ในด่านแรก นางช่วยให้จี้เสียวอู่ผ่านการทดสอบได้อย่างสบายๆ ด้วยการใส่พลังบนผ้าเช็ดหน้าเพื่อเปลี่ยนเป็นอาวุธวิเศษชั่วคราวนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก แม้แต่เสวียนเฟยและอวี้หยางยังดูไม่ออก
ในด่านที่สองยิ่งน่าทึ่งกว่าผู้เข้าร่วมแต่ละคนเมื่อเข้าสู่กระดานหมากรุก ตำแหน่งของศิษย์ทั้งเจ็ดจะแตกต่างกัน นางมองตำแหน่งของศิษย์ทั้งเจ็ดและคำนวณทิศทางของค่ายกลฉีเหมินสิบสามชุดได้ในช่วงเวลาอันสั้น จากนั้นก็บอกแก่จี้เสียวอู่ ช่างเป็นความสามารถในการคำนวณที่น่าทึ่งมาก
จำเป็นต้องรู้ว่านั่นคือค่ายกลฉีเหมินสิบสามชุด ซึ่งแต่ละค่ายกลนั้นไม่ใช่ง่ายๆ นับประสาอะไรกับค่ายกลฉีเหมินสิบสามชุด ในช่วงเวลาอันสั้นนี้สามารถคำนวณสองสามตำแหน่งได้อย่างแม่นยำถือว่าไม่เลวเลย ค่ายกลสิบสามชุดแม้เขาจะคำนวณได้ แต่เวลาเช่นนั้นก็สั้นเกินไป
เมื่อเทียบกันแล้วนางเข้าสู่สนามรบด้วยตนเอง ใช้ค่ายกลกำจัดคู่ต่อสู้ออกจากสนามไปทีละคนซึ่งไม่ได้น่าทึ่งขนาดนั้น
ในด่านที่สามแสดงให้เห็นว่านางมีความรู้หลากหลาย หลายคนคิดว่าเสวียนชื่อศึกษาแค่เคล็ดวิชาก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เสวียนชื่อต้องเรียนเคล็ดวิชาจึงจะสามารถขับไล่ภูตผีปีศาจ