ปราบปรามวิญญาณชั่วร้ายได้ และยังต้องรอบรู้ทุกศาสตร์สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมในใต้หล้าได้ด้วย
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นฐานของนางอยู่ในระดับที่ดีมากนางจะต้องมาจากสำนักโดยตรงเป็นแน่
เมื่อมาถึงในด่านที่สี่ไม่เพียงแค่เปิดเผยชะตาที่พิเศษของตนเอง แต่ยังทำให้ผู้คนได้เห็นถึงการตัดสินใจชี้ขาดของนางด้วย
นางเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าหญิงสาวนางนั้นผิดปกติจึงไม่ลังเลที่จะใช้ร่างกายที่อยู่ระหว่างหยินและหยางของตนนำวิญญาณชั่วร้ายเข้าสู่ร่างกายของตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นเสวียนเฟยหรืออวี้หยาง คำถามในสี่ด่านแรกพวกเขาทำได้ดี แต่ในแง่ของความเชี่ยวชาญยังด้อยกว่านางเล็กน้อย นักพรตผู้เฒ่านึกย้อนความทรงจำของตนเอง แต่กลับไม่พบสำนักสืบทอดที่สอดคล้องกันเลย
เป็นสำนักแบบไหนกันแน่ถึงได้สั่งสอนศิษย์เช่นนี้ได้ ต้องไม่ใช่ลูกศิษย์คนไร้นามอย่างแน่นอน เสียงอู้อี้ของอวี้หยางดึงสติของนักพรตเฒ่ากลับมา
เขาเงยหน้าขึ้นแล้วก็เห็นเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของอวี้หยาง แต่อีกฝ่ายไม่ได้ลืมตา และยังคงพยายามที่จะพยากรณ์ต่อ
จากนั้นก็หันไปมองเสวียนเฟย เขาไม่ได้อาเจียนเป็นเลือดแต่คิ้วของเขาก็ขมวดกัน แล้วเขาก็หันไปมองแม่นางผู้ซึ่งมีที่มาที่ไปที่ไม่สามารถอธิบายได้ มีนางเพียงคนเดียวที่ยังดูสงบเหมือนครั้งตอนเริ่มต้น
เป็นเพราะนางยังไม่ได้พยากรณ์ไปถึงระดับนั้นหรือว่า…นางแข็งแกร่งมากกว่าเสวียนเฟยและอวี้หยาง
นักพรตเฒ่าไม่ชอบคำตอบหลังมาก แต่สัญชาตญ