าณบอกเขาว่าคำตอบที่ตนไม่ชอบมากที่สุดคือคำตอบที่ถูกต้อง
เสวียนตูกวันเป็นสำนักประจำแผ่นดินฉีเหนือ เป็นสำนักที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้า แต่ตอนนี้พวกเขากลับพบว่าลูกศิษย์ชั้นยอดของตนไม่เก่งกาจเท่าเด็กสาวที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนางหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกเกินไป…
คิ้วของเสวียนเฟยขมวดแน่นเขาเริ่มรู้สึกลำบากขึ้นแล้ว
การพยากรณ์โชคชะตาของแผ่นดิน พวกเขาต้องหาดาวแห่งโชคชะตาของตนเองก่อนจากนั้นจึงใช้ดาวแห่งโชคชะตาสอดแนมโชคชะตาของผู้อื่นทีละคน หากมองเห็นดาวแห่งโชคชะตามากพอ แม้ทะเลดาวจะก่อรวมกันเป็นหนึ่ง แต่ก็สามารถมองเห็นแนวโน้มของใต้หล้าได้
“อึก!” อวี้หยางมีเลือดไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดเขาก็อาเจียนออกมาอย่างหนัก
ทะเลดาวในห้วงคำนึงของเขาได้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ส่องแสงกะพริบวิบวับ เป็นเพราะทักษะของเขาไม่เพียงพอจึงเห็นเพียงส่วนเดียว และส่วนอื่นกำลังจะหายไป
“อวี้หยาง!” นักพรตผู้เฒ่าตะโกน “ข้าจะนับถึงสิบถึงเวลานั้นเจ้าต้องหยุดซะ หนึ่ง สอง…”
นักพรตผู้เฒ่ารู้สภาพของอวี้หยางเป็นอย่างดี หากเขายังดึงดันทนต่อไป ร่างกายจะถูกทำลาย และเมื่อถึงเวลานั้นลูกศิษย์ที่ตนฝึกฝนมาอย่างยากลำบากคงทนรับต่อไม่ไหวเป็นแน่
อวี้หยางได้ยินและเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที เขามีเวลาแค่นับถึงสิบเท่านั้น หากเขามองไม่เห็นโชคชะตาแผ่นดินก็ถือว่าตนแพ้
เขาอดทนจนถึงวินาทีสุดท้าย เขากันเมฆหมอกออกไปและมองไปที่ทะเลดาว…
“อึก!” เข