่ามีบางสิ่งวางอยู่บนผ้าไหมสีทองมันดูเหมือนหยกชิ้นหนึ่งที่เปล่งประกาย มีไอสีขาวจางๆ ราวกับว่ามันถูกล้อมรอบด้วยเมฆ
พอหมิงเวยเห็นมันม่านตาของนางก็ขยายขึ้นทันที
ดอกถานเชิง!
ของสิ่งนี้ดูเหมือนหยกชิ้นหนึ่งเมื่ออยู่ในชั้นวางของ แต่มันจะบานเหมือนดอกไม้เมื่อถูกกระตุ้นจึงเรียกของสิ่งนี้ว่าดอกถานเชิง
ฮ่องเต้ถอนหายใจ “ซูสิงอยู่กับไท่จู่มาหลายปีแม้จะมรณภาพในท่านั่งสมาธิก็ยังคงนึกถึงเจิ้น นี่เป็นดอกถานเชิงที่ถือกำเนิดขึ้นยามเขามรณภาพ ผู้ชนะจะได้รับมันไปคงทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก”
เมื่อนักพรตนามอวี้หยางเห็นของสิ่งนั้น เขาก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื่นเต้น “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทำให้กระหม่อมได้เห็นสิ่งที่ท่านอาจารย์ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าพ่ะย่ะค่ะ…”
เขามีอายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด ใบหน้าเรียวยาว สันจมูกตรง รูปร่างสูง
การยืนคู่กับเสวียนเฟยแม้จะไม่สง่างามเท่าอีกฝ่าย แต่ก็ให้อารมณ์ที่เคร่งขรึมไปอีกแบบหนึ่ง หากให้ผู้อื่นเป็นผู้เลือกเกรงว่าจะมีความลำเอียงต่อเขา เนื่องจากรูปลักษณ์ของเสวียนเฟยมีความพลิ้วไหวให้ความรู้สึกรักอิสระ ไม่ดูจริงจังเท่าเขา ดวงตาของหมิงเวยดำมืดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสิ่งที่หนิงซิวพูดก่อนหน้านี้
“ดอกถานเชิงที่เก็บรักษาไว้โดยเสวียนตูกวันมีดอกหนึ่งอยู่ในพระหัตถ์ของฝ่าบาท ดอกไม้นั้นเป็นผลมาจากการมรณภาพของเจ้าสำนักคนก่อน และอาจเป็นดอกไม้ที่มีประสิทธิภาพแรงที่สุด”
“อยู่ในวังงั้นหรือ”