หมิงเวยแปลกใจ “ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีโอกาสแล้วสิเจ้าคะ”
หนิงซิวส่ายหน้า “ตรงกันข้ามดอกไม้ดอกนั้นมีโอกาสมากที่สุดเพราะฝ่าบาทได้ตัดสินใจที่จะใช้ดอกไม้ดอกนี้เป็นรางวัล”
หมิงเวยเลิกคิ้วแต่ไม่พูดอะไร
หนิงซิวเห็นแววตาของนางจึงถามออกไป “เจ้าไม่ได้คิดอยู่หรือว่าไม่ว่าผู้ใดจะชนะก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าไม่ควรยื่นมือเข้าไป”
“ใช่เจ้าค่ะ” หมิงเวยตอบตรงๆ “ระหว่างพวกเรากับเสวียนเฟยไม่สามารถเรียกได้ว่ามีความบาดหมางกัน แต่ความเกี่ยวพันกันในครั้งนั้นเห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายไม่ยินดีเท่าไร ข้าไม่รู้จักอวี้หยางด้วยซ้ำไม่ว่าผู้ใดจะชนะก็ไม่สามารถมอบของดูต่างหน้าของอาจารย์ให้ข้าได้”
เห็นได้ชัดว่าหนิงซิวเตรียมพร้อมเอาไว้แล้วทันทีที่หมิงเวยพูดจบเขาก็บอกว่า “เพราะฉะนั้นศิษย์น้องจึงได้เตรียมการบางอย่าง…”
หมิงเวยหลุดออกจากความคิดของตนเอง และได้ยินคำพูดปลอบประโลมของฮ่องเต้ พระองค์หันไปยิ้มให้เผยกุ้ยเฟย “สนมรักเจ้าไม่ได้เพิ่มรางวัลด้วยหรอกหรือ”
ฮ่องเต้ต้องการให้เผยกุ้ยเฟยขึ้นเป็นฮองเฮามานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถทำได้ เขาจึงมีความคิดว่าเมื่อตนเองเสด็จออกไปข้างนอกก็มักจะพาเผยกุ้ยเฟยร่วมเดินทางไปด้วยราวกับจะแสดงสถานะพิเศษของนาง
เผยกุ้ยเฟยครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทประทานไม้บรรเทาจิตใจให้หม่อมฉันเป็นของที่มาจากต่างแดน มีกลิ่นหอมที่แปลกแต่ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ เหมาะแก่การฝึกฝนของนักพรตทั้งหลายเหตุใดถึงไ