ม่มอบของสิ่งนี้เป็นรางวัลเพิ่มไปด้วยล่ะเพคะ”
ฮ่องเต้ยิ้ม “ดีๆ”
พูดจบก็เห็นหยางชูที่อยู่ไม่ไกลออกไปมองมาทางนี้บ่อยๆ จึงถามออกไป “ชูเอ๋อร์มีอะไรหรือ คงไม่ใช่อยากได้รางวัลของท่านน้าของเจ้าหรอกนะ”
ข้างๆ พระที่นั่งของฮ่องเต้เป็นเหล่าองค์ชาย องค์ชายที่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วจะนั่งอยู่ด้วยกันซึ่งหยางชูก็นั่งข้างๆ พวกเขา
หยางชูได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพอีกฝ่ายแล้วพูดออกไปว่า “ฝ่าบาท ไม้บรรเทาจิตใจอันนี้ กระหม่อมเคยถามเหนียงเหนียงมานานแล้ว เพียงแต่คิดว่าเหนียงเหนียงต้องการมันจึงไม่กล้าถาม ตอนนี้เหนียงเหนียงจะใช้ของสิ่งนั้นเป็นรางวัล หากต้องตกไปอยู่ในมือผู้อื่นกระหม่อม…”
ท่าทางไม่เต็มใจของเขาทำให้ฮ่องเต้แย้มสรวล “ก่อนหน้าอยากได้ไม่รีบพูดออกมา ตอนนี้กุ้ยเฟยจะนำไปเป็นของรางวัลแล้วจะให้เจ้าได้อย่างไร”
สีหน้าของหยางชูดูไม่มีความสุขเขามองไปที่ไม้บรรเทาจิตใจแล้วพูดว่า “ในเมื่อเป็นของรางวัล ผู้ที่ชนะจะได้รับมันไปใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ เคล็ดวิชากระหม่อมพอมีความรู้อยู่บ้าง เหตุใดฝ่าบาทไม่อนุญาตให้กระหม่อมเข้าร่วมแข่งขันกับพวกเขาเล่า หากกระหม่อมชนะ กระหม่อมไม่ต้องการตำแหน่งเจ้าสำนัก กระหม่อมต้องการแค่ไม้บรรเทาจิตใจเท่านั้น”
รอยยิ้มของฮ่องเต้หายไป “ชูเอ๋อร์ นี่เป็นเรื่องสำคัญของเสวียนตูกวัน อย่าไปสร้างปัญหา”
ในตอนที่หยางชูพูดออกไปไท่จื่อเจียงเชิ่งแอบหัวเราะเยาะอีกฝ่าย ในโอกาสเช่นนี้ยังคิดท