ำตัวโดดเด่นเหมือนมารดาผู้ออกนอกลู่นอกทางของอีกฝ่ายไม่มีผิด!
ซิ่นอ๋องเจียงเฉิงโน้มตัวกระซิบบอกกับเขาว่า “พี่ใหญ่ ถึงไม้บรรเทาจิตใจจะหายาก แต่ดูไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาเลยท่านคิดว่าเขาคิดจะทำอะไร”
เจียงเชิ่งเลิกคิ้ว
อวี้หยางเป็นคนรู้ความมากเขาหาโอกาสเอาอกเอาใจตนอยู่หลายครั้ง และตนก็ยินยอมพร้อมใจที่จะสนับสนุนให้อวี้หยางได้รับตำแหน่งเจ้าสำนัก หรือว่าเด็กนั่นไปได้ยินอะไรมาแล้วคิดจะขัดขวางตนงั้นหรือ
ในเมื่ออีกฝ่ายมีหวงเฉิงซืออยู่ในมือจะรู้ว่าอวี้หยางเอาอกเอาใจตนอยู่ก็คงไม่แปลก
เจียงเฉิงพูดว่า “ก่อนหน้านี้เขาออกเดินทางพอกลับมาเมืองหลวงมีความยับยั้งชั่งใจมากขึ้น การเสนอตัวในโอกาสเช่นนี้ไม่เหมือนท่าทีของเขาปกติเลย”
เจียงเชิ่งได้ฟังก็หันไปมองเผยกุ้ยเฟยเมื่อเห็นว่านางกำลังจะเอ่ยปากพูดเขาก็รีบยืนขึ้น
“เสด็จพ่อ!” ฮ่องเต้มองเขาด้วยความประหลาดใจ
เจียงเชิ่งกล่าวว่า “ลูกได้ยินว่าเหล่านักพรตของเสวียนตูกวันไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญในเคล็ดวิชา แต่ยังรู้หลักคำสอนที่ลึกซึ้ง วรยุทธ์แข็งแกร่ง ด่านทั้งห้านี้คงไม่เพียงแข่งขันเฉพาะเคล็ดวิชาใช่หรือไม่”
เมื่อพูดประโยคสุดท้ายเขาหันไปมองผู้อาวุโสอี้ ผู้อาวุโสอี้ท่านนั้นรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ด่านทั้งห้าประกอบไปด้วยหลักคำสอน วรยุทธ์ และไหวพริบ”
เจียงเชิ่งพยักหน้าแล้วยิ้มเขาหันกลับไปพูดต่อว่า “เช่นนี้การแข่งคัดเลือกเจ้าสำนักถือเป็นโอกาสอันดีให้นักพรตแข่