ยได้ยินคำนี้มาก่อน “มันคืออะไร”
“เสวียนตูกวันมีเคล็ดลับพิเศษอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เสวียนชื่อที่มีพลังสูงสามารถหลอมรวมพลังกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันก่อนนั่งสมาธิ เมื่อสิ่งนี้ผลิบานก็คล้ายกับบุปผาที่กระจัดกระจายดั่งควันจึงเรียกว่าดอกถานเชิง”
หยางชูเข้าใจแล้ว “ท่านต้องการของสิ่งนี้เพื่อเร่งพลังของตนเองงั้นหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “หากมีของสิ่งนี้ข้าสามารถกลายเป็นยอดฝีมือบนจุดสูงสุดได้ในเวลาอันสั้น”
“ในเมื่อของสิ่งนี้มีค่าเพียงนั้นหากจะได้มันมาคงไม่ง่ายนัก”
หมิงเวยยิ้ม “แน่นอน ของสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าของเสวียนตูกวัน คนอื่นอย่าพูดว่าอยากได้มันมาเลย แค่ได้มองก็เป็นคำขอที่มากเกินควรแล้ว”
“แล้วท่านคิดจะทำอะไร”
หมิงเวยโยนถั่วปากอ้าเข้าปากแล้วเคี้ยวพลางตอบไปว่า “แน่นอนว่าต้องแอบขโมยมา”
“….” หยางชูกระซิบ “ท่านหลอกข้าเล่นแล้ว!”
หมิงเวยพูด “ข้าไม่ได้ขอให้ท่านช่วยเสียหน่อย! ”
หยางชูหัวเราะเสียงเย็น “หากไม่ได้คาดหวังให้ข้าช่วย แล้วท่านจะพูดเรื่องนี้ออกมาทำไมกัน”
หมิงเวยหันมานางยิ้มตาหยี “เด็กเล็กสั่งสอนได้”
หยางชูแค่นหัวเราะ “แล้วของอีกอย่างล่ะ”
พูดถึงเรื่องนี้หมิงเวยเลิกคิ้วเล็กน้อย “ของอีกอย่าง ข้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้ยังอยู่ในเสวียนตูกวันหรือไม่”
“อะไรนะ”
“ป้ายคุ้มกัน เป็นป้ายคุ้มกันของปรมาจารย์แห่งชีวิต” หมิงเวยถอนหายใจ นางก้มลงมองมือของตนเอง
“สายผู้สืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตหายไปเพราะการสูญหายของป้ายคุ้