าภายภาคหน้าเจ้าบุ๋นก็ไม่ไหวบู๊ก็ไม่เอาเลี้ยงลูกเลี้ยงภรรยาไม่ได้ แต่ตอนนี้เจ้าเงยหน้าอ้าปากขึ้นมาได้แล้วซึ่งทำให้พวกท่านมีความสุขมาก!”
จี้เสียวอู่เห็นว่าตนเองหลบหลีกไม่ได้จึงเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างระมัดระวัง บอกไปว่าตนเองเข้าไปในกลุ่มยาจกได้อย่างไร และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานภายในให้หวงเฉิงซือ…
“อย่างนี้นี่เอง!” นายท่านจี้ฟังเรื่องราวจบก็โกรธขึ้นมา “เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่ร่วมมือกับเจ้ามาหลอกข้าว่าจะไปทัศนศึกษา แต่จริงๆ แล้วไปทำงานเป็นสายลับงั้นหรือ”
จี้เสียวอู่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบพูดออกไปว่า “ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าไม่ได้เป็นคนต้นคิด เป็นน้องหญิงต่างหาก! น้องหญิงร่วมมือกับคนอื่นหลอกลูก ลูกเองก็เพิ่งมารู้ตอนอาจารย์มาที่บ้านว่านางบอกให้ลูกไปทัศนศึกษา…”
นายท่านจี้ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่จนหยิบไม้ขนไก่มาตีเขา “เจ้ายังกล้าใส่ร้ายน้องหญิงเจ้าอีก!”
“ลูกไม่ได้ใส่ร้ายนะ!” จี้เสียวอู่กุมหัว “ลูกถูกนางบีบให้ทำเรื่องนี้ ท่านพ่อ ท่านต้องเชื่อลูกนะ!” เสียงกรีดร้องดังออกไปถึงข้างนอกหมิงเวยนั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่บนหลังคา
“เรื่องนี้ท่านเป็นคนจัดการงั้นหรือ” นางเหลือบมองหยางชูที่กำลังแทะเมล็ดแตงโมอยู่ฝั่งตรงข้าม
หยางชูพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เดิมทีข้าต้องการให้เขาเข้าหวงเฉิงซือและมอบป้ายประจำตัวให้ ผู้ใดจะรู้ว่าเขามองไม่เห็นความตั้งใจของคนดี ข้าเลยต้องรายงานตามความเป็นจริง หลังจากนั้นเรื่องมอบรางวัลอะไรนั่นข้าไม