พบกระดูกศพที่อุโมงค์ใต้สะพานได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่การปรากฏตัวของเสวียนเฟยที่นางคาดไม่ถึงทำให้ต้องมานั่งคิดถึงเรื่องนี้เรื่องปัญหาของเสวียนตูกวัน…
………
เวลาผ่านไปครึ่งเดือน จี้เสียวอู่เห็นประตูใหญ่จวนของตนเองก็แทบร้องไห้
“ท่านแม่ ในที่สุดลูกก็มีชีวิตรอดกลับมา! ไอหยา!” พูดจบเขาก็รู้สึกเจ็บที่หัวตามมา เป็นนายท่านจี้ที่เดินออกมาจากประตู
“แค่ออกไปทัศนศึกษายังรู้สึกจะเป็นจะตายเช่นนี้ เจ้าไม่อยากมีอนาคตที่ดีหรือไง” จี้เสียวอู่กุมหัวแล้วน้ำตาไหล
ท่านพ่อ บุตรชายของท่านเกือบตายแล้วท่านไม่รู้หรือ
“ท่านอา!” จูเอ๋อร์วิ่งออกมา จี้เสียวอู่ซาบซึ้งจนน้ำตาไหลคิดว่าจูเอ๋อร์คิดถึงตน…
“ท่านไม่ได้โดนอาจารย์ไล่ตีกลับมาหรือ”
“….” นี่นางเป็นเด็กตระกูลไหนกันไม่มีใครสั่งสอนเลยหรือ!
หมิงเวยเดินเข้าไปกอดจูเอ๋อร์ “ท่านอากำลังเศร้า พวกเราอย่าไปหัวเราะเยาะเขาเลย”
“อ้อ….” หลังทานอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสองคนก็ไปคุยกันบนหลังคาเรือนข้างๆ
“เจ้าบอกจะสอนเคล็ดวิชาให้ข้า รักษาคำพูดด้วยล่ะ”
“แน่นอน” หมิงเวยชี้ไปที่ตัวฝูที่อยู่ในลานบ้าน “ข้าพูดกับตัวฝูแล้ว ท่านอยากเรียนอะไรนางจะสอนอันนั้นให้เจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่ไม่พอใจ “เจ้ามีความจริงใจหรือไม่ สอนด้วยตนเองจะตายหรืออย่างไร”
“ท่านอย่าดูถูกตัวฝูได้หรือไม่”
“ข้าไม่ได้ดูถูกตัวฝู แต่เจ้าดูถูกข้า!”
หมิงเวยคิดว่าคุยกับเขาเรื่องนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์จึงบอกไปว่า “ข้ามีเรื่องที่สำคัญมากต้องจั