หรือไม่”
หยางชูกัดฟันแน่น “ได้!”
เวลาผ่านไปหนึ่งเค่อ พวกเขาได้เข้าไปในจวนหลังหนึ่ง และไล่คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปทำทีเหมือนมาสนทนายามค่ำคืนกัน
“แม่นาง” หนิงซิวเปิดประเด็น “ท่านบอกได้หรือไม่ว่าท่านเป็นใคร วรยุทธ์ของท่านดูเหมือนจะได้รับการสืบทอดมาจากที่เดียวกันกับข้า แต่ข้าจำไม่ได้จริงๆ ว่ามีคนเก่งอันดับหนึ่งเช่นท่านด้วย”
หมิงเวยวางมือบนถ้วยน้ำชาแล้วขยับเบาๆ ใบหน้าของนางเปื้อนยิ้ม “ถ้าเช่นนั้นอาจารย์หนิงเป็นใครงั้นหรือ พูดตามตรงในงานเทศกาลซีซี ข้าสังเกตได้ว่าเสียงกู่ฉินของท่านคล้ายกับของข้าที่มาของอาจารย์ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันเจ้าค่ะ”
หนิงซิวมองนาง “ถ้าข้าบอกที่มาของข้าท่านจะบอกข้าอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่”
หมิงเวยตอบอย่างไม่ลังเล “หากท่านพูดความจริง ข้าก็พูดความจริงเจ้าค่ะ”
“ได้” หนิงซิวตอบ “ตัวข้าไร้ชื่อเสียง ท่านอาจารย์มีสมญานามหนานเคอ ตลอดปีมานี้ข้าพเนจรไปทุกหนแห่งเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียว…”
“หนานเคองั้นหรือ” หมิงเวยกำลังนึกนามนี้ในความทรงจำ แต่ก็พบว่าตนเองจำนามนี้ไม่ได้เลยหรือว่าท่านนักพรตนามหนานเคอผู้นี้ไม่ใช่ยอดฝีมือกัน ไม่สิ ดูจากทักษะของหนิงซิวแล้ว อาจารย์ของเขาจะต้องเป็นผู้มีฝีมือแน่
“อาจารย์ ท่านกำลังซ่อนอะไรอยู่หรือเปล่าเจ้าคะ”
สีหน้าของหนิงซิวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ไม่มี ท่านอาจารย์มีนามหนานเคอจริงๆ แต่ท่านไม่ค่อยแสดงฝีมือให้ผู้ใดเห็น ผู้อื่นที่พบท่านส่วนใหญ่จะจำท่านไม่ค่อย