วามเกี่ยวข้องอะไรกับนาง แต่คนที่ศิษย์น้องของท่านต่อสู้ด้วยอยู่เป็นศิษย์น้องของข้า”
เสวียนเฟยตกใจเขาหันไปมองหยางชูกับจวินโม่หลีที่กำลังประมือกัน “ศิษย์น้องของท่านงั้นหรือ”
“ใช่”
“แต่วรยุทธ์ของเขาไม่เหมือนกับท่านเลยนะ!”
สีหน้าของหนิงซิวยังคงไม่เปลี่ยนแปลง “ท่านอาจารย์มีพลังฝีมือสูงล้ำไม่มีสิ่งใดไม่ถนัด พวกเราร่ำเรียนทักษะที่แตกต่างกันได้อย่างชำนาญและแม่นยำ ข้าเรียนกู่ฉิน ส่วนเขาเรียนกระบี่”
“อย่างนี้นี่เอง…” เสวียนเฟยไม่คิดโต้แย้งอะไร เขาแค่พูดต่อไปว่า “ในเมื่อเป็นคนคุ้นเคยกันก็ไม่จำเป็นต้องต่อสู้ให้รู้แพ้ชนะ”
แต่หนิงซิวกลับตอบว่า “จะต่อสู้กันก็ไม่เป็นไร”
“….” เสวียนเฟยอยากจะตีอีกฝ่ายเขาพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะว่าศิษย์น้องของเขาดูเหนือกว่าหรอกหรือ ฝีมือศิษย์น้องของตนค่อนข้างหละหลวมเกินไปจริงๆ หลายปีที่ไม่ได้พบกันฝีมือของเขาดูพัฒนาขึ้นไปไม่เท่าไร กลับไปต้องฝึกฝนให้ดีกว่านี้
ในใจคิดเช่นนั้น แต่ใบหน้ากลับดูนิ่งสงบเขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านกับข้าได้พบกันก็อย่าทำลายมิตรภาพกันเลยดีกว่า” แล้วเขาก็ตะโกนออกไป “ศิษย์น้อง พอได้แล้ว!”
การเคลื่อนไหวเงียบๆ ของพวกเขาทางด้านนั้น หยางชูและจวินโม่หลีสังเกตเห็นตั้งนานแล้วเพียงแต่ทั้งสองคนเป็นหนุ่มเลือดร้อนไม่ยอมหยุดมือก่อน
พอผ่านไปสักพักเสวียนเฟยตะโกนขึ้นถึงจวินโม่หลีจะไม่พอใจ แต่เขาก็ต้องถอนหายใจและหยุดมือลงจากนั้นก็กระโดดลงสู่พื้นดิน ซึ่งหยางชูก็ตามลงมาด