ูดออกมาว่า “เจ้าอย่าคิดมากเลย หัวหน้าฉีเป็นคนอย่างไรก็รู้ๆ กันอยู่ พวกเราไม่ควรคิดมากมานานแล้ว”
“เจ้าค่ะ” กุ้ยเหนียงตอบอย่างฝืนๆ
……….
จี้เสียวอู่กลับมาอย่างมีความสุขและตะโกนว่า “พวกพี่สาว มารับของขวัญเร็ว!” เหล่าเด็กสาวที่ฝึกซ้อมดนตรีได้ยินอย่างนั้นก็วางเครื่องดนตรีลงและยิ้มทักทาย
หลังจากทำความรู้จักกันไม่กี่วัน พวกนางก็คุ้นเคยกับจี้เสียวอู่ รู้ว่าคุณชายกัวผู้นี้เป็นคนใจดี ไม่เจ้าอารมณ์ พวกนางจึงเข้ามาคุยกับเขาทีละคน
เด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้น “คุณชายกัวไปที่ไหนมาหรือ”
อีกคนพูดว่า “เอ๋ นี่ใช่ผ้าจากชุมชนจิ่นซินซิ่วหรือไม่”
อีกคนหยิบปิ่นมุกขึ้นมา “อันนี้งามมาก!”
จี้เสียวอู่พูดอย่างใจกว้าง “พวกพี่ชอบก็เอาไปได้เลย!”
เหล่าเด็กสาวดีใจมาก “ให้พวกเราจริงๆ หรือ เยอะขนาดนี้เลยหรือ”
“ใช่! ข้าให้พวกท่านหมดเลย”
เหล่าเด็กสาวกระซิบกระซาบกันเลือกของขวัญ จี้เสียวอู่เห็นกุ้ยเหนียงจึงโน้มตัวเข้าไปหาแล้วหยิบปิ่นระย้าออกมาจากแขนเสื้อ “พี่กุ้ยเหนียง นี่เป็นของขวัญที่ข้าให้ท่านโดยเฉพาะ”
หลิวหลีเดินยิ้มออกมา “เอาล่ะคุณชายกัว! ท่านแอบให้ของขวัญกับกุ้ยเหนียง ไม่มีให้ข้าบ้างหรือ”
จี้เสียวอู่ร้องออกมาแล้วรีบตอบกลับไปว่า “มีๆ!” เขาหยิบหยกแขวนออกมาแล้วส่งให้อีกฝ่าย “นี่…พี่หลิวหลีอย่ารังเกียจเลยนะ” แม้รูปลักษณ์ของหยกแขวนจะไม่เลว แต่ก็ไม่วิจิตรงดงามเท่าปิ่นระย้า
หลิวหลีหยอกเย้า “เป็นของขวัญเหมือนกันเหตุใดถึงต่างกันเช