“ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกข่าวดีก่อน” หมิงเวยมองเชี่ยนเหนียง “ยามที่ฮูหยินเสียชีวิต วิญญาณแท้จริงของนางได้ไปเกิดใหม่แล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่เป็นเพียงจิตวิญญาณที่มีความทรงจำเท่านั้น และจิตวิญญาณนั้นได้บังเอิญไปติดอยู่กับหยกแขวนซึ่งได้ปนเปื้อนไปด้วยพลังงานของวิญญาณ”
ทั้งเจี่ยงเหวินเฟิงและเชี่ยนเหนียงต่างตกใจผ่านไปนานเจี่ยงเหวินเฟิงจึงได้ถามเสียงสั่นไปว่า “แม่นางหมิง ท่านหมายความว่าเชี่ยนเหนียงนาง…”
“นางเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของจิตวิญญาณการได้อยู่ร่วมกับท่านล้วนไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ เจ้าค่ะ” หมิงเวยยิ้ม “ใต้เท้าไม่ได้มีหยกแขวนติดตัวหรอกหรือ มันคงเป็นของขวัญจากผู้สูงศักดิ์ใช่หรือไม่”
เจี่ยงเหวินเฟิงพูดขึ้นว่า “ตอนที่เชี่ยนเหนียงตาย ข้ายังปฏิบัติงานอยู่นอกเมืองหลวง เพราะรับไม่ได้กับข่าวการเสียชีวิตของนาง ข้าจึงไม่สนใจหน้าที่อยู่หลายวัน หลังจากนั้นก็มีนักพรตท่านหนึ่งมาหาและมอบหยกแขวนนี้ให้กับข้า บอกว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยคืนความยุติธรรมให้เขา…”
“เพราะเป็นเช่นนั้น ใต้เท้าเป็นคนดีจึงได้รับผลตอบแทนที่ดีสามารถใช้เวลาร่วมกับฮูหยินได้นานมากขึ้น”
ได้ยินเช่นนั้นเจี่ยงเหวินเฟิงก็รู้สึกโล่งใจและกังวลขึ้นมาอีกครั้ง “แล้วข่าวร้ายที่แม่นางหมิงพูดถึงคืออะไรหรือ”
หมิงเวยเบนสายตาไปทางเชี่ยนเหนียงแล้วพูดเสียงเบา “ข่าวร้ายก็คือ เพราะเป็นเช่นนี้พวกท่านถึงมีเวลาไม่มากแล้ว” ทั้งสองตกใจจากนั้นก็รู้สึกร้อนรน
“ท่านห