มายความว่าอย่างไร” เชี่ยนเหนียงก้าวไปข้างหน้าและมองหมิงเวยอย่างเป็นกังวล “ข้า ข้าไม่สามารถอยู่ต่อได้งั้นหรือ”
หมิงเวยตอบเสียงนุ่ม “ข้าบอกไปแล้วว่าวิญญาณหลักของฮูหยินได้ไปเกิดใหม่แล้ว หากไม่สามารถรวมวิญญาณให้สมบูรณ์ได้ ชีวิตที่กลับชาติมาเกิดนั้นคงอยู่ได้ไม่นานนัก”
ก็เหมือนกับคุณหนูเจ็ดในตอนแรก แม้ตอนแรกจะไม่ได้ถูกทำให้ตกใจจนตาย อายุขัยของนางก็สั้นกว่าคนปกติอยู่แล้ว
เชี่ยนเหนียงได้ยินนางพูดเช่นนั้นก็โล่งใจแล้วยิ้มออกมา “มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ไม่เป็นไรอย่างไรข้าก็ยังสามารถอยู่ข้างกายท่านพี่ได้”
เจี่ยงเหวินเฟิงเข้าใจความนัยของคำพูดนั้นก็รีบถาม “หากเชี่ยนเหนียงที่ไปเกิดใหม่ตายจะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ เนื่องจากร่างกายได้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจะมีชีวิตเหมือนคนปกติหรือไม่”
หมิงเวยมองเขาด้วยความชื่นชมก่อนกล่าว “จิตวิญญาณของมนุษย์ควรจะเป็นหนึ่งเดียวกัน การอยู่ห่างกันเช่นนี้แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดี หากฮูหยินที่ไปเกิดใหม่เสียชีวิตลง ฮูหยินตรงนี้ก็จะไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพา วิญญาณก็จะค่อยๆ อ่อนแอลงและสูญสลายไปในที่สุด”
“อะไรนะ” เชี่ยนเหนียงรู้สึกเศร้าใจ “งั้นข้าก็ไม่สามารถอยู่ข้างกายท่านพี่ได้งั้นหรือ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยายามสงบสติอารมณ์แล้วถามต่อ “แม่นางหมิงกล่าวเช่นนี้ คงมีทางแก้ไขใช่หรือไม่”
“ง่ายมากเจ้าค่ะ” หมิงเวยพูดอย่างไม่รู้สึกหนักหนาอะไร “ดวงวิญญาณที่แยกจากกันก็เป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้ดวง