น ท่านว่า…”
จวินโม่หลีพูด “ให้ข้าดูอสูรน้ำ…”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเสียง ‘จ๋อม’ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ท่านฝานเป็นกังวล “คราวนี้ผู้ใดอีกล่ะ”
ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบอย่างระมัดระวัง “เป็น เป็นใต้เท้าเกาขอรับ…”
เกาฮ่วนเดิมทีเป็นราชองครักษ์ เกิดในครอบครัวชนชั้นสูงตอนนี้ย้ายไปทำงานที่สำนักหลวงในตำแหน่งระดับสูง ดูแลในเรื่องคดีอาญาไม่ต้องพูดถึงท่านฝาน แม้แต่เถ้าแก่ของสมาคมคณิกาเลื่องชื่อยังต้องรบกวนให้อีกฝ่ายช่วยดูแล
ท่านฝานกลืนน้ำลายอีกครั้งและมองไปที่จวินโม่หลี “ท่านนักพรต…”
จวินโม่หลีมีสีหน้าไม่พอใจ เดิมทีเขาคิดว่าหากตนเองออกโรงทุกคนจะเชื่อฟังเขา ผู้ใดจะรู้ว่าจะถูกเพิกเฉยไม่สนใจเช่นนี้
แต่เขาไม่สามารถโกรธจนเดินหนีออกไปได้ เช่นนั้นไม่เพียงแต่ดูจิตใจคับแคบ แต่ยังทำให้ผู้อื่นคิดว่าเสวียนตูกวันเอาแต่มองคนตายไปโดยไม่ช่วยเหลืออะไร เขาจึงข่มความโกรธของตนเองไว้แล้วกล่าวว่า
“ให้ข้าเบิกเนตรสวรรค์ดูตำแหน่งของอสูรน้ำก่อน ไม่ใช่นึกจะโดดก็โดดลงไปเหมือนคนไร้หัวคิดเช่นนั้น นอกจากจะช่วยคนไม่ได้แล้วยังกลายเป็นอาหารอสูรร้ายโดยไม่ตั้งใจอีก”
“ที่ท่านกล่าวมาก็ถูกขอรับ” ท่านฝานเกรงว่าเขาจะโกรธจึงแสดงความนอบน้อบมากขึ้น “ควรช่วยผู้คนอย่างไรท่านบอกมาได้เลยขอรับ”
จวินโม่หลีปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลาย เขางอนิ้วปล่อยพลังออกมาจากนั้นก็แตะไปที่หน้าผากตนเอง เขาเบิกเนตรสวรรค์และจ้องมองไปที่ผิวน้ำเพื่อมองหาตำแหน่งของอสูรน้ำ แต่เขา