่าเขามีความสัมพันธ์กับจวนโป๋วหลิงโหว เลยอยากถามท่านอยู่เหมือนกันว่าเขามีที่มาที่ไปอย่างไร”
หยางชูส่ายหน้า “ข้าไม่เคยพบเขา เกิดอะไรขึ้น เขากับจวนโป๋วหลิงโหวมีความสัมพันธ์อะไรกันหรือ”
“ได้ยินว่าเขามาที่เมืองหลวงเมื่อปีก่อนเจ้าค่ะ เป็นนักดนตรีที่มีชื่อเสียงในเจ๋อกุ้ยโหลว จากนั้นจวนโป๋วหลิงโหวก็มาเชิญตัวเขาไป หลังจากนั้นก็มาเป็นอาจารย์สอนกู่ฉินที่สถานศึกษาหมิงเฉิง”
หยางชูคิด “เรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ข้าออกจากเมืองหลวง เขาคงเป็นคนที่ไม่ท่านปู่ก็ท่านย่าเชิญตัวมา”
หมิงเวยส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”
ในขณะที่ทั้งสองคุยกันจวินโม่หลีเองก็ค้นพบตำแหน่งของอสูรน้ำแล้ว และกำลังนำทางท่านฝานและคนอื่นๆ ลงไปในน้ำ
ในตอนนั้นเองก็มีเสียง ‘ตู้ม’ ดังขึ้นจากนั้นก็มีสิ่งของสิ่งหนึ่งถูกโยนขึ้นมาตกลงบนเรือสำราญ เป็นนักเต้นระบำที่ถูกดึงลงน้ำไปนั่นเอง
“เสี่ยวม่าน!” นักขับร้องหญิงคนนั้นตะโกนขึ้น
หมิงเวยก้าวไปหาและก้มตัวฟังเสียงหัวใจตรงหน้าอกแล้วพูดว่า “ไม่เป็นอะไรแล้วนางยังมีชีวิตอยู่” จากนั้นก็ปลดคอเสื้อของอีกฝ่ายและกอดหน้าอกกับเอวให้ศีรษะคว่ำลงเพื่อเทน้ำออกมา ท่ามกลางผู้คนที่เข้ามาช่วยเหลือมีหนึ่งคนที่เป็นหญิงซึ่งนางก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วย
จวินโม่หลีที่เดิมทีต้องการแสดงทักษะความสามารถของตนเอง ไม่คิดว่ายังไม่ทันได้ออกโรง ผู้เคราะห์ร้ายก็ได้รับความช่วยเหลือแล้ว สีหน้าของเขาแข็งทื่อ แต่เขาก็ได