่านเปลี่ยนไปเลยงั้นหรือ”
จากนั้นก็ได้ยินเสียงหยางชูตอบตามความจริงเพียงครึ่งเดียว “ก่อนหน้านี้ข้าถูกฝ่าบาทเรียกตัวไปตักเตือน ฝ่าบาทตรัสว่าข้าเล่นอะไรไม่เข้าท่า หากทำตัวเช่นนี้ต่อไปข้าคงแต่งภรรยาไม่ได้เพื่อที่จะไม่ต้องเป็นโสดก็ควรเลิกนิสัยนี้ได้แล้ว”
ได้ยินเขาพูดเช่นนั้นทุกคนก็หัวเราะออกมานางได้ยินไท่จื่อพูดว่า “คิดเช่นนั้นก็ถูกแล้วเป็นเรื่องปกติที่จะออกมาผ่อนคลายเป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรหลงระเริงไปกับมัน”
หยางชูยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า “ที่พระองค์ตรัสมาถูกแล้วพะย่ะค่ะ”
หมิงเวยไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ที่เขามาอยู่ห้องข้างๆ นางครุ่นคิดอยู่นานแล้วหันไปพูดกับเว่ยเสี่ยวอันเพียงไม่กี่คำจากนั้นก็เดินออกจากที่นั่งชั้นพิเศษไป
นางเรียกคนส่งอาหารคนหนึ่งและยื่นนกหวีดไปให้ “รบกวนช่วยนำสิ่งนี้ไปให้คุณชายแซ่หยางหน่อย บอกไปว่ามีคนรอเขาอยู่ด้านนอก”
อีกฝ่ายมองใบหน้าของนางอย่างนึกอิจฉา แต่ก็ตอบกลับไปว่า “คุณหนูโปรดรอสักครู่”
ผ่านไปไม่นานเสียงหัวเราะดังขึ้นในห้องชั้นพิเศษและหยางชูก็เดินออกมา
เมื่อเห็นหมิงเวย เขาก็หมุนตัวขึ้นไปชั้นบน “ตามข้ามา” หมิงเวยตามเขาขึ้นไปชั้นสองและพบว่าที่นี่ไม่มีแขกมีเพียงคนที่ทำหน้าที่เฝ้ายาม
“ที่นี่เป็นกิจการของหวงเฉิงซืองั้นหรือ” นางนึกถึงร้านอาหารในตงหนิง
“อืม” หยางชูพานางเข้าไปในห้องๆ หนึ่งที่มีลักษณะเหมือนห้องพิเศษด้านล่าง แต่ไม่มีของประดับตกแต่งที่หรูหรา
เขาเปิดหน้าต่างสายลมย