ามค่ำคืนก็พัดเข้ามาพร้อมกับความชื้นจากทะเลสาบ
“ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เขานำนกหวีดส่งคืนนางไป
หมิงเวยรับนกหวีดมาแล้วตอบ “ข้าออกมาเดินเล่นกับเพื่อนร่วมชั้น พวกเราอยู่ห้องข้างๆ ท่านเจ้าค่ะ”
“….” หยางชูพูด “ข้านึกว่าท่านเกิดเรื่องขึ้นซะอีก”
“หากมีเรื่องด่วนละก็คนที่มาหาท่านคงเป็นองครักษ์เงา ไม่ใช่ตัวข้า” นางจะไปรู้เบาะแสของเขาได้อย่างไร
“หากไม่มีเรื่องอะไร แม้ว่าท่านจะพบเจอข้า ก็ไม่ควรเรียกข้าออกมาเช่นนี้ ท่านคงมีเรื่องอยากคุยกับข้าใช่หรือไม่” หมิงเวยมองเขา
“ทำไมหรือ” หยางชูแปลกใจ
“คำพูดนี้ข้าควรเป็นฝ่ายถามท่าน ตั้งแต่ข้าเข้าเรียนท่านไม่เคยมาหาข้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
หยางชูยิ่งรู้สึกอึดอัดแต่แสร้งทำเป็นเมินเฉย “เหตุใดข้าต้องไปหาท่านด้วย ท่านเป็นอะไรกับข้างั้นหรือ”
เดิมทีหมิงเวยแค่ถามไปอย่างนั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีปฏิกิริยากลับมารุนแรงเช่นนี้ นางขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมา “ท่านคงไม่ได้…”
หยางชูรีบพูดตัดบทนาง “มีเรื่องจะพูดก็รีบพูดมา ข้าต้องกลับไป หากถูกคนพบเห็นว่าพวกเราอยู่ด้วยกันชื่อเสียงของท่านคงไม่เหลือแล้ว”
ร้อนตัวแล้ว!
หมิงเวยรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย เมื่อมองหยางชูก็เห็นว่าใบหน้าของอีกฝ่ายแดงระเรื่อจึงพูดออกไปว่า “ของที่ท่านให้คนส่งมาให้ข้าได้รับแล้วเจ้าค่ะประสิทธิภาพไม่เลวเลย หลายวันมานี้พลังของข้าพัฒนาขึ้นมาก แม้จะถูกโจมตีแต่คงไม่ถึงกลับไม่มีพลังโต้กลับ”
หยางชู