ตนของอีกฝ่ายดี
หนิงซิว!
“นั่นคืออสูรร้ายหรือ” หยางชูถามนาง
หมิงเวยพยักหน้า “ต้องไปช่วยคน” พูดจบนางก็กระโดดไปที่หน้าต่างแล้วออกแรงพุ่งไปที่ใจกลางบนเรือสำราญ หยางชูก็รีบตามไปทันที
ที่นั่งพิเศษชั้นล่างจี้เสียวอู่ได้ยินคนตะโกนขึ้นว่าอสูรร้ายก็ตกใจ เขารีบชะโงกไปที่หน้าต่างเพื่อมองดูเมื่อเห็นเงาที่พุ่งขึ้นจากน้ำด้วยตาตนเองเขาตะโกนออกมา “ตัวฝูๆ!”
ไม่ต้องให้เขาเรียกตัวฝูก็เดินมาแล้วสีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันที “อสูรร้าย! ”
“เป็นอสูรร้ายจริงๆ หรือ แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี เห็นคนตายจะไม่ช่วยได้อย่างไร” พูดจบเสียงอุทานก็ดังขึ้นข้างหู
พวกเขาชะโงกหน้าไปดูเห็นหลายคนกระโดดออกจากร้านอาหารและชายฝั่ง ใช้วิชาตัวเบามุ่งหน้าไปยังเรือสำราญ
แล้วดวงตาอันเฉียบคมของจี้เสียวอู่ก็สังเกตเห็นร่างที่คุ้นเคยเขาอ้าปากเตรียมพูดแต่ตัวฝูกับดึงเขาเข้ามาแล้วกระซิบ “นั่นคุณหนู อย่าตะโกนออกมานะเจ้าคะ!” จี้เสียวอู่มึนงง
ตัวฝูคิดว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจสถานการณ์จึงบอกไปว่า “ไป! พวกเราไปขอยืมเรือเพื่อไปรับคุณหนูเถอะเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่วิ่งออกจากร้านอาหารพร้อมกับนางแล้วรีบไปยังร้านเช่าเรือ จากนั้นก็พูดกับเจ้าของเรือเพื่อขอเช่า
จนกระทั่งเขาขึ้นเรือลำเล็กก็นึกออกว่าตนเองจะพูดอะไร “ตัวฝู ทำไมเจ้าไม่บินไปล่ะ”
ตัวฝูพายเรือไปพลางตอบไปว่า “ข้าเพิ่งเริ่มเรียนวรยุทธ์ยังไม่แข็งแกร่งพอเจ้าค่ะ”
จี้เสียวอู่มองไปยังเรือสำราญแล้วถามออกไปอย่างยากลำ