กดนตรีเป็นครั้งแรกใช่หรือไม่”
หมิงเวยย่อกายทำความเคารพ “ใช่เจ้าค่ะ”
“เจ้ารู้จักเพลงนี้งั้นหรือ”
หมิงเวยยิ้ม “ข้าเคยได้ยินคนเล่นบทเพลงนี้เมื่อนานมาแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดประโยคนี้ออกไปเหล่านักเรียนหญิงในห้องเรียนแห่งนี้ต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
หืม มีอะไรผิดปกติงั้นหรือ
อาจารย์หนิงจ้องนางเขม็งคำพูดที่เปล่งออกมาในปากของเขานั้นไร้ความอ่อนโยน “หากเจ้าเข้าเรียนในคาบที่แล้วก็จะรู้ว่าบทเพลงนี้ข้าเป็นคนแต่งขึ้นมา”
รอยยิ้มค้างอยู่บนริมฝีปากของหมิงเวย
อาจารย์หนิงสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อแล้วเดินไปหาหมิงเวยช้าๆ “พูดมา เหตุใดเจ้าถึงเล่นเพลงนี้ได้”
หมิงเวยครุ่นคิด “บางทีผู้บรรเลงเพลงที่ข้าได้ยินนั้นอาจเป็นอาจารย์ก็ได้เจ้าค่ะ”
สีหน้าของอาจารย์หนิงเย็นชายิ่งขึ้น “ข้าสำเร็จการศึกษาตอนอายุยี่สิบจากนั้นก็ออกเดินทางทั่วทุกแห่งเพิ่งได้เข้าเมืองหลวงเมื่อปีก่อนนี้เอง”
หมิงเวยรีบตอบไปว่า “ข้าก็เพิ่งเข้าเมืองหลวงเหมือนกันเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้ข้าอาศัยอยู่ที่ตงหนิงมาตลอดไม่แน่ว่าอาจได้พบเจออาจารย์โดยบังเอิญก็เป็นได้”
“ข้าไม่เคยไปตงหนิง”
“….” จบแล้วโกหกต่อไม่ได้แล้ว อาจารย์หนิงไม่ยอมปล่อยนางไป เขามองลงมาที่หมิงเวยอย่างไรก็ต้องการคำตอบให้ได้
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวในห้องเริ่มอยากรู้อยากเห็นนางจึงตอบไปว่า “ข้า…เป็นคนความจำดีเจ้าค่ะ เมื่อได้ยินเพลงที่ผู้อื่นบรรเลงเพลงข้าสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อครู่ฟังบทเพลงนี้ไ